กระเทียม
เขียนโดย admin เมื่อ ส, 07/26/2008 - 12:39

ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum Linn.
วงศ์ Alliaceae
ชื่อท้องถิ่น
หอมดเทียม (ภาคเหนือ) เทียน หัวเทียน (ภาคใต้) กระเทียมขาว หอมขาว (อุดรธานี)
กระเทียม(ภาคกลาง)
| ลักษณะของพืช » |
| กระเทียม เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่าหัว หัวมีกลีบย่อยหลายกลีบ ติดกันแน่น เนื้อสีขาว มีกลิ่นฉุนเฉพาะบางครั้งในหัวมีกลีบเดียว เรียกว่า กระเทียมโทน หัวค่อนข้างกลมใบยาวแบน ปลายแหลม ภายในกลวง ดอกรวมกันเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อ ดอกสีขาวเหลืองอมชมพูม่วงผลมีขนาดเล็ก |
| ส่วนที่ใช้เป็นยา » หัวใต้ดิน |
| การปลูก » |
| ใช้หัวปลูก กะเทียมชอบอากาศเย็นและดินร่วมซุย ปลูกได้ดีในทางภาคเหนือ |
| รสและสรรพคุณยาไทย » รสเผ็ดร้อน เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้กลากเกลื้อน แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร |
| ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ » |
| สารเคมีในหัวกระเทียม คือน้ำมันหอมระเหย Essential oil โดยทั่วไปกระเทียมจะมีน้ำมันหอมระเหยประมาณร้อยละ 0.6-1 ในน้ำมันหอมระเหย นี้มีสารเคมีที่มีกำมะถันเป็นองค์หระกอบหลายชนิด ตัวที่สำคัญก็คือ "อัลลิซิน" นอกจากนี้ยังมี Sulfane dimethy dipropl-disulfide sllinase "อัลลิซิน" เป็นน้ำมันไม่มีสี ละลายได้ในน้ำ ในแอลกอฮอล์ เบนซิน และอีเทอร์ ถ้ากลั่นโดยใช้การร้อนโดยตรง จะถูกทำลาย"อัลลิซิน"ได้รับความสนใจและแยกสกัดบากกว่า มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราหลายชนิดด้วยกัน หัวกระเทียมสามารถลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ได้ทั้งคนปกติและคนไข้ที่มีโฆเลสเตอรอลสูง |
คุณสมบัติและสารเคมีที่สำคัญในกระเทียม
กระเทียมเป็นสมุนไพรที่ค่อนข้างซับซ้อน มีตัวยาหรือสารเคมีรวมอยู่ในกระเทียมหลายตัว เป็นสารประกอบของกำมะถัน และซัลเฟอร์ ที่ค้นพบถึง 33 สารประกอบ ที่เด่นคือ อัลลิซิน อัลลิอิน และ เอนไซม์อัลลิเนส แต่ละตัวมีคุณสมบัติทางยาที่เป็นประโยชน์ทางยาดังนี้
-
- อัลลิซิน คุณสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะและสามารถใช้แก้อาการอักเสบได้
- อัลลิอิน คุณสมบัติเป็นยาปฏิชีวนะ
- ไดซัลไฟต์ สามารถลดคอเรสเตอรอลและสารไขมันอื่น ๆ
- สารต้านเม็ดเลือดแตก คุณสมบัติรักษาโรคโลหิตจาง
- สารต้านไขข้ออักเสบ คุณสมบัติต้านไขข้ออักเสบ
- สารปรับระดับน้ำตาลในเลือด สามารถใช้รักษาโรคเบาหวานบางชนิดได้
- สารแอนติออกซิแดนท์ คุณสมบัติในการช่วยป้องกันการเน่าเปื่อยของอาหาร
- สารระงับการแข็งตัวของเลือด กระเทียมระงับการแข็งตัวของเลือด สามารถใช้รักษาโรคหัวใจได้
- เซเลเนียม กระเทียมมีเซเลเนียมมากกว่าพืชผักอย่างอื่น เซเลเนียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย เซเลเนียมเป็นสารอาหารที่ร่างกายจะขาดไม่ได้ และเป็นสารทำหน้าที่คล้ายวิตามิน E เป็นตัวต้านไม่ให้ออกซิเจนหลุดออกจากเม็ดเลือดแดง ทำให้เลือดบริสุทธิ์ จึงสามารถป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจ และเชื่อว่าเซเลเนียมป้องกันโลหะบางอย่าง เช่น ปรอท หรือตะกั่วเป็นพิษต่อร่างกาย สามารถลดความดันเลือดในคนที่มีความดันสูง ปรับการทำงานของ ร่างกาย สารประกอบในกระเทียมมีอยู่น้อยขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ ชนิดของดินที่ปลูก สภาพอากาศ แลเวลาเก็บเกี่ยว (ปาริชาติ, 2542)
- อัลลิไทอามีน เป็นวิตามิน B1 ชนิดพิเศษ ปฏิกริยาในร่างกายของเราต้องพึ่งพาวิตามิน B1 ทั้งสิ้น วิตามินชนิดนี้มีความสำคัญต่อระบบประสาท บำรุงประสาทให้แข็งแรง สามารถทำงานได้เป็นปกติ ป้องกันอาการซึมเศร้า จิตใจห่อเหี่ยว หากขาดวิตามินทำให้เกิดอาการหัวใจสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง และมีปัญหาในระบบประสาท (ยี่ส่าย, 2543)
หน้าที่ของวิตามิน B1 อีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต หากขาดวิตามินชนิดนี้ กระบวนการก็จะไม่สมบูรณ์ ทำให้ร่างกายขาดกลูโคส และคาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน ผลของอัลลิไทอามีนในกระเทียมเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตจากอาหารที่กินเข้าไปให้กลายเป็นพลังงานพิเศษ (ปาริชาติ, 2542)
-
- อัลลิอิน อัลลิเนส และอัลลิซิน การที่เราเก็บกระเทียมสด ๆ กระเทียมนั้นจะไม่มีกลิ่น กลิ่นนั้นจะตามมาทีหลัง เมื่อเกิดปฏิกริยาเอนไซม์ในกระเทียมถูกเปลี่ยนภายในเซลล์ คือ อัลลิอินในกระเทียมจะถูกเอนไซม์อัลลิเนส เปลี่ยนเป็นอัลลิซิน เป็นสารทำให้กระเทียมมีกลิ่น (ดวงรัตน์, 2544)
ในเซลล์ของกลีบกระเทียมมีทั้งอัลลิซินและอัลลิเนสอยู่ด้วยกัน แต่แยกกันอยู่คนละช่อง เมื่อใดมีกลิ่นกระ9*เทียมถูกตัด ถูกทุบ หรือรอยช้ำ สารทั้งสองนี้ก็จะผสมกัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีกลายเป็นสารอัลลิซิน อยู่ในรูปของน้ำมันกระเทียม เป็นสารไม่คงที่ ไม่มีสี เป็นยาปฏิชีวนะ มีฤทธิ์ในการป้องกันและทำลายแบคทีเรีย กระเทียมเก็บไว้นาน ๆ หรือปรุงอาหาร สาร อัลลิซินในหัวกระเทียมจะสลายตัวไป กระเทียมดองจะรักษาอัลลิซินไว้ได้นานกว่า (ธวัช, 2543 : ปาริชาติ, 2542)
ปัญหาการใช้ยาปฏิชีวนะหรือหากใช้นาน ๆ ร่างกายจะสร้างสารต่อต้าน ทำให้ฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะลดลง ใช้ไม่ได้ผล หรือเกิดการดื้อยา สำหรับกระเทียมปรากฏการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้น ไม่ก่อให้เกิดโทษ (ปาริชาติ, 2542)
-
- กำมะถัน ในกระเทียมมีคุณสมบัติในการรักษาโรค สารประกอบต่าง ๆ ล้วนเป็นสารประกอบของกำมะถันทั้งสิ้น กำมะถันเป็นหนึ่งของแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทำหน้าที่กำจัดสารพิษในเลือด ทำให้เลือดบริสุทธิ์ เป็นยาระบาย และเป็นยาถ่ายพยาธิอีกด้วย
สรรพคุณทางยา
- ลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด การเกิดการอุดตันของหลอดเลือดจะเกิดที่ชั้นในสุดของผนังเลือด ในหลอดเลือดมีไขมันเกาะอยู่จนหลอดเลือดแคบเล็ก เจ้าสิ่งที่มาเกาะผนังหลอดเลือดเกิดจากคอเลสเตอรอล เริ่มด้วยหลอดเลือดมีการแข็งตัว ต่อมาความดันเลือดจะขึ้นสูง และเกิดอาการหัวใจล้มเหลว กระเทียมช่วยไม่ให้ไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดแล้ว ช่วยให้ หลอดเลือดแข็งตัวได้ยาก และยังป้องกันไขมันที่ล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด อุดตันเส้นเลือดเล็ก ๆ ในสมองและหัวใจ (นันทวัน, 2529 : ปาริชาติ, 2542)
ดวงรัตน์ (2544) พบว่า กระเทียมสด สารสกัดกระเทียมด้วยแอลกอฮอล์ กระเทียมผง น้ำมันหอมระเหยจากกระเทียมสามารถป้องกันไม่ให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง สารที่ออกฤทธิ์ คือ อัลลิซิน
วิธีรักษา กระเทียม 5 กรัม (5 – 7 กลีบ) วันละ 3 ครั้ง พร้อมอาหารหรือหลังอาหาร
<li><span style="color:#008000;font-family:MS Sans Serif;font-size:small;">ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคหัวใจวายเฉียบพลัน สมุนไพรที่ผ่านการวิจัยแล้ว คือ กระเทียมมีสารที่สำคัญ คือ เมทิลแออิล ไตรซัลไฟด์ ลดการจับตัวของเกล็ดเลือด</span></li>
</ol></li></ol>
วิธีรักษา เช่นเดียวกับการลดระดับคอเลสเตอรอล
3. ลดความดันโลหิตสูง ทำการศึกษาวิจัยทั้งในสัตว์ทดลองและในคน พบว่า สามารถลดความดันโลหิตสูงได้ โดยสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ adenosine จะไปออกฤทธิ์ให้กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดคลายตัว
วิธีรักษา ใช้กระเทียมสดหรือใช้กระเทียมแคปซูล ใช้ครั้งละ 1 – 3 เม็ด วันละ 3 ครั้ง ถ้าการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ให้ลดปริมาณของกระเทียมที่ใช้ หากความดันเลือดของเราเป็นปกติอยู่แล้ว กระเทียมนั้นก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง (ดวงรัตน์, 2544 ; ปาริชาติ, 2542)
4. ต้านการจับตัวของเกร็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด เลือดที่เป็นของเหลวอาศัยเวลาจำนวนหนึ่งจับก้อนจนแข็ง ระยะเวลานี้เรียกว่าเลือดแข็งตัว เช่นในกรณีที่เป็นประโยชน์ หากถูกมีดบาดเลือดจะแข็งตัว ป้องกันไม่ให้เลือดออกมากเกินไป แต่หากการแข็งตัวของเลือดไปเกิดขึ้นที่เส้นเลือดแดงเล็ก ๆ ในหัวใจหรือสมอง ทำให้เกิดอาการหัวใจขาดเลือด หรืออัมพาต ในเลือดที่มีสารที่เรียกว่า ไฟบริน เป็นตัวการจับเลือดให้เป็นกลุ่มก้อน กระเทียมทำให้เกร็ดเลือดลื่นขึ้นไม่รวมตัวกันง่าย ๆ ช่วยละลายก้อนเลือดที่จับตัว (ปาริชาติ, 2542)
ไฟบริน ไม่ละลายน้ำ ละลายได้น้อย แต่ละลายได้ดีในไขมัน ถ้าจะให้สลาย ไฟบรินต้องใช้กระเทียมสด น้ำคั้นจากกระเทียมหรือน้ำมันหอมระเหยในการรักษาหรือป้องกัน (นันทวัน, 2529)
-
- รักษาโรคไขข้อและรูมาติสม์ ในรัสเซียใช้กระเทียมรักษาโรคไขข้อกันอย่างแพร่หลาย ในญี่ปุ่นทดลองใช้สารสกัดจากกระเทียมกับผู้ป่วยปวดหลังและปวดข้อ ปรากฏว่าผลรักษาเป็นที่น่าพอใจ ไม่ปรากฏผลเสียของกระเทียม กระเทียมนั้นเป็นยาต้านการอักเสบ
วิธีที่นิยมรักษา รับประทานกระเทียมแคปซูล หรือใช้กระเทียมสดผ่าซีก ถูกบริเวณที่เป็น น้ำมันกระเทียมจะซึมเข้าสู่เส้นเลือดได้อย่างรวดเร็ว (ปาริชาติ, 2542)
- ป้องกันสารพิษ กระเทียมสามารถทำลายสารพิษทั้งในเลือดและในระบบทางเดินอาหาร มีผลทำให้ตับไต ระบบประสาท และการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดี ทำให้ร่างกาย แข็งแรง
</li></ol>
ผงชูรส สีผสมอาหาร สารเคมีอื่น ๆ ที่เราใส่ไปในอาหาร รวมทั้งยาฆ่าแมลง ปุ๋ยที่เราใช้อาจจะตกค้างกับอาหารที่เรานำมารับประทาน พิษเหล่านี้จะสะสมอยู่ในร่างกายมาก ๆ ทำสมดุลธรรมชาติลดลง ทำให้เกิดโรคใหม่ ๆ ได้ กระเทียมสามารถป้องกันและทำลายอันตรายจากสารพิษได้
7. รักษากลากเกลื้อน กระเทียมสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่เป็นสาเหตุ ทำให้เกิดโรค สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ อัลลิซิน
วิธีเตรียมยารักษา คือ ฝานกระเทียมแล้วนำมาถูบ่อย ๆ บริเวณที่เป็น ก่อนทาควรใช้ไม้สะอาดขูดผิวบริเวณที่เป็นให้แดง แล้วค่อย ๆ ทากระเทียม ควรทาวันละ 3 – 4 ครั้ง ผิวหนังจะกลับสู่สภาพเดิม ทาต่อไปอีก 7 วัน
8. รักษาอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ กระเทียมสามารถออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุจุกเสียด สารที่ออกฤทธิ์ขับน้ำดี ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น ลดอาการอักเสบ และรักษาแผลในกระเพาะอาหาร สรรพคุณดังกล่าวสามารถลดท้องอืด ท้องเฟ้อ
วิธีรักษา นำกระเทียม 5 – 7 กลีบ หลังอาหาร หรือนำมาบดก็ได้ (ดวงรัตน์, 2544 ; กัญจนา, 2540)
9. ฆ่าเชื้อโรคในปาก เอากระเทียมมาบดหรือขูดให้ละเอียด แล้วบีบคั้นเอาแต่น้ำ กรองผ้าที่สะอาด ใช้น้ำคั้นผสมน้ำอุ่น 5 เท่า และผสมเกลือเล็กน้อย อมบ้วนปาก ใช้ฆ่าเชื้อในปาก (วรรณา, 2545)
ประโยชน์กระเทียม
กระเทียมนั้นไม่ได้มีความหมายในการนำมาประกอบอาหารและเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคเท่านั้น แต่กระเทียมยังมีประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
-
- การปลูกกระเทียมสลับกับพืชอื่น ชาวไร่มีวิธีการปลูกพืชหลายชนิดสลับร่องกัน เชื่อว่าพืชบางชนิดปลูกรวมกัน พืชอีกอย่างหนึ่งทำให้แมลงศัตรูพืชไม่มารบกวนพืชที่ปลูก พืชที่ใช้ไล่แมลงคือ กระเทียม กระเทียมต้องการเนื้อที่ไม่มากในการปลูก ดูแลไม่ยาก และกระเทียมไม่แย่งอาหารพืชหลัก และรากชอนไชไปได้ไม่ไกล บันทึกตั้งแต่โบราณกระเทียมสามารถฆ่าแมลงศัตรูพืช (ปาริชาติ, 2542)
- กระเทียมเป็นยาฆ่าแมลง กระเทียมไม่ได้ป้องกันเฉพาะแต่ตอนเป็นต้นปลูกสลับกับพืชอื่นเท่านั้น แต่กระเทียมเป็นยาฆ่าแมลงได้อีกด้วย พืชสมุนไพรมีสารออกฤทธิ์ต่อแมลงศัตรูพืชทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรง คือ แมลงได้รับสมุนไพรแล้วตายทันที ทางอ้อม คือ แมลงได้รับสมุนไพรยังไม่ตายทันที มีผลต่อระบบสรีระของแมลง ทำให้แมลงผิดปกติ เช่น ยับยั้งการกินอาหาร มีผลต่อการเจริญเติบโต แมลงบางชนิดไม่สามารถลอกคราบ ไม่สามารถเจริญเป็นตัวเต็มวัยหรือไม่สามารถวางไข่ได้ การเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพร เพื่อใช้ในการป้องกันแมลง พืชที่ใช้หัวและรากเก็บในระยะที่เริ่มมีดอก เพราะระยะนี้ต้นพืชจะมีการสะสมสารต่าง ๆ ไว้ที่รากเก็บในช่วงฤดูหนาวหรือปลายฤดูร้อน
ประสิทธิภาพของกระเทียมเป็นยาฆ่าแมลง สารขับไล่แมลง สารหยุดยั้งการกินอาหาร ยากันเชื้อรา แบคทีเรีย ไส้เดือนฝอยในดิน หมัด เห็บ
ศัตรูเป้าหมาย เพลี้ยอ่อน หนอนกระทู้ผัก โรคราน้ำค้าง โรคราสนิม
วิธีใช้ - โขลกกระเทียม 0.5 กิโลกรัม แช่ในน้ำมันก๊าด 80 ช้อนชา ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง นำสบู่ละลายน้ำ 2.5 ลิตร เติมผสมน้ำเท่า ก่อนนำไปฉีดพ่น บดกระเทียม
- บดกระเทียม 2 หัวใหญ่ และพริก 2 ช้อนชาให้ละเอียด ใส่ในน้ำร้อน 4 ลิตร เติมสบู่ลงไปเล็กน้อย กรองแล้วนำไปใช้กับแมลงกระทู้ผลไม้ (วิรตี, 2542)
- กระเทียมแปรรูป กระเทียมนั้นนับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ กระเทียมไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการขายกระเทียมสดเท่านั้น แต่เพราะกระเทียมนั้นมีประโยชน์ทางยา ในปัจจุบันได้มีหลายบริษัทที่ทำการสกัดกระเทียมรูปแบบใหม่ เป็นที่ต้อนรับของผู้คนอย่างกว้าง เพราะสามารถขจัดปัญหาเรื่องรสและกลิ่นไปได้สิ้น คือ กระเทียมแคปซูลบรรจุน้ำมันกระเทียมบริสุทธิ์ไว้ มีหลายยี่ห้อ และในอังกฤษสามารถขายได้ 100,000,000 เม็ดต่อปี (ปาริชาติ, 2542) และกระเทียมสามารถเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร คือ กระเทียมโทนดองสมุนไพร
</li></ol>
(เพ็ญแข, 2545) กล่าวว่า กระเทียมโทนดองสมุนไพรก็เป็นส่วนหนึ่งในการแปรรูป สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เพราะว่า กระเทียมนั้นมีการปลูกกันมากในภาคเหนือตอนบน มักจะปลูกในช่วงใกล้ ๆ กัน ทำให้กระเทียมออกพร้อมกัน ทำให้ราคาตกต่ำ ซึ่งการเพิ่มมูลค่าหรือแปรรูปกระเทียม โดยมีการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ซึ่งแปรรูปกระเทียมสูตรต่าง ๆ
กระเทียมที่กลุ่มแม่บ้าน นิยมนำมาใช้ดอง คือ กระเทียมโทน มีส่วนผสมดังนี้
- กระเทียมโทน 10 กิโลกรัม
- น้ำตาลทราย 8 กิโลกรัม
- น้ำเปล่า 10 ลิตร
- กรดมะนาว 2 ขีด
- สารส้มป่น 2 ขีด
- น้ำส้มสายชู 2 ขวด
- ดอกคำฝอย 2 ขีด และรากโสม
ขั้นตอน
นำกระเทียมโทนปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาด เสร็จแล้วนำไปแช่น้ำปูนใสและสารส้มแช่ทิ้งไว้ 1 คืน นำกระเทียมโทนที่แช่ไว้ตักใส่ตะแกรง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำมาคัดขนาดใหญ่ กลาง เล็ก นำน้ำเปล่าต้มให้เดือด แล้วใส่น้ำตาลทรายลงไป เมื่อน้ำตาลละลายให้เติมกรดมะนาว สารส้มป่น น้ำส้มสายชู น้ำดอกคำฝอย และรากโสม นำลงไปต้มจนเดือด
เสร็จแล้วตั้งพักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง นำรากโสมและกระเทียมที่พักไว้บรรจุใส่ขวด แล้วนำน้ำส่วนผสมเทลงไปจนท่วมกระเทียมโทน ปิดฝารัดด้วยซีนส์ปากขวด สำหรับกระเทียมกลุ่มแม่บ้าน ซื้อจากเกษตรกรผู้ปลูกกิโลกรัมละ 40 บาท
ผลิตภัณฑ์แปรรูปของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านป่าเหมือด ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการโครงการเกษตรชวนชิม-ชวนใช้ เป็นโครงการส่งเสริมการเกษตรภาคเหนือ
สรุป
กระเทียมนั้นเป็นพืชที่มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ในด้านการประกอบอาหาร ถึงกระเทียมจะมีคุณค่าทางอาหารไม่มากนัก แต่ในตัวของกระเทียมเองตัวยาและสารเคมีและสารประกอบมากมายที่เด่น เช่น สารอัลลิอิน อัลลิเนส อัลลิซิล เป็นสารที่ช่วยในการป้องกันและรักษาโรคบางชนิดได้ นอกจากกระเทียมจะเป็นพืชสมุนไพรในการรักษาโรคต่าง ๆ แล้ว ยังใช้เป็นยาฆ่าแมลง และยังใช้แปรรูปผลผลิตของกระเทียมอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์ในด้านต่าง ๆ ได้อีกด้วย จะเห็นได้ว่ากระเทียมสารพัดประโยชน์จริง ๆ
Trackback URL for this post:
http://www.kodhit.com/trackback/540- 1040 reads
- พิมพ์หน้านี้
- ส่งให้เพื่อน







ความคิดเห็น
เขียนโดย บุคคลทั่วไป เมื่อ ศ, 03/05/2010 - 07:32
#1 Title
Hi
แสดงความคิดเห็น