The Legend of Speed เจ้าสนามประลองรัก
เขียนโดย admin เมื่อ พฤ, 09/04/2008 - 13:57
นำแสดงโดย หยางเฉิงหลิน สุยถัง ลี่เวย ลิวเลี่ยงจั่ว เผยหลิน พานอี้หยู เฉินหมิงเจิน จางเสี้ยวฉวน
เรื่องย่อ เจ้าสนามประลองรัก
การ แข่งขันรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การชิงชัยระหว่างมาร์สและซีโร่แชมป์เอเซียและรอง แชมป์ ....
เสี่ยวฟงรักการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจจนตั้งปณิธานว่าจะต้องเป็นนักแข่งรถให้ ได้ น่าเสียดายกลับถูกไท่จี๋ผู้เป็นพ่อคัดค้านไม่เห็นด้วย ชิงถิงเพื่อนสาวที่เติบโตมาด้วยกันกับเสี่ยวฟงได้ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งรถ ให้เสี่ยวฟง สร้างความดีใจให้เสี่ยวฟงเป็นอันมาก ระหว่างทางที่เสี่ยวฟงกำลังเดินทางไปชมการแข่งขันนั่นเองได้รับโทรศัพท์ จากบริษัทให้รับภารกิจนำแหวนแต่งงานไปที่โบสถ์
ตู้เปียนซือผู้รับผิดชอบทีมอาซูกะกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับจูเลียตที่จัด ขึ้นที่โบสถ์แห่งหนึ่ง แต่มิกิน้องสาวกลับทำให้เสียการใหญ่ ทำให้แหวนแต่งงานมาถึงที่โบสถ์ล่าช้าจนเป็นเหตุให้จูเลียตหลบหนีไปจากงาน แต่งงานสร้างความตกตะลึงให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานเป็นอันมาก …
ขณะที่จูเลียตกำลังหลบหนีจากการแต่งงานนั่นเองถูกเสี่ยวฟงขัดขวาง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทั้งสองกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เสี่ยวฟงพาจูเลียตไปรู้จักครอบครัวหนึ่งโดยหารู้ไม่ว่าโชคชะตาได้ชักพาจู เลียตต้องเข้าไปพัวพันบุญคุณความแค้นเมื่อยี่สิบปีก่อน
ในเวลาเดียวกันโชคชะตาก็ชักพาให้เสี่ยวฟงได้รู้จักกับซีโร่ เสี่ยวฟงได้เข้าทำงานที่บริษัทของอาซือโดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักแข่งทีมอา ซูกะ ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวฟงและจูเลียตพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ
อาซือเพิ่มรางวัลนักแข่งดาวรุ่งให้ทีมอาซูกะ ทำให้เสี่ยวฟงเกิดความอยากได้ขึ้นมา จูเลียตกำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่น เนื่องจากเธอถูกความรักกดดันเป็นเหตุให้เธอตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันนัก แข่งดาวรุ่งเสียก่อนจากนั้นค่อยเดินทางไปญี่ปุ่น เสี่ยวฟงและจูเลียตต้องเผชิญหน้ากันในการแข่งขันนักแข่งดาวรุ่ง
ถ้าหากจะเปรียบเทียบความได้เปรียบเสียเปรียบ จูเลียตได้รับการสนับสนุนจากทีมอาซูกะ ส่วนมาร์สได้รับการสนับสนุนจากทีมเอ็มสปอร์ต แต่เสี่ยวฟงกลับต้องหารถแข่งเพื่อเข้าแข่งขันด้วยตนเอง เมื่อหารถเข้าแข่งขันไม่ได้ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขัน เสี่ยวฟงไม่อยากทิ้งโอกาสให้หลุดลอยไป ดังนั้นจึงไปขอความช่วยเหลือจากซีโร่ ซีโร่แนะนำให้เสี่ยวฟงแข่งรถตามท้องถนนซึ่งผิดกฎหมายเพื่อหาเงินไปซื้อรถ แข่งร่วมการแข่งขัน
จูเลียตพบโดยบังเอิญว่าเสี่ยวฟงเข้าร่วมแข่งรถตามท้องถนนซึ่งผิดกฎหมาย
เมื่อ เธอรู้เช่นนั้นแล้วก็เป็นห่วงเสี่ยวฟงขึ้นมาเพราะการทำเช่นนี้นั้นเป็นการ ตัดอนาคตของเสี่ยวฟงเอง จูเลียตห้ามปรามเสี่ยวฟง แต่กลับทำให้เสี่ยวฟงโกรธมากจนทั้งสองมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ไท่จี๋รู้ถึงพฤติกรรมของเสี่ยวฟง ดังนั้นจึงใช้ความเป็นพ่อลงโทษเสี่ยวฟง เสี่ยวฟงคับแค้นใจมากที่ถูกขัดขวาง ดังนั้นจึงเปลี่ยนความคับแค้นใจเป็นพลังในการแข่งขัน จูเลียตเห็นว่าไม่สามารถยับยั้งเสี่ยวฟงไว้ได้ เธอจึงตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับเสี่ยวฟง นึกไม่ถึงว่าพวกนักแข่งรถผิดกฎหมายพบเห็นเข้า ขณะที่จูเลียตกำลังหลบหนีนั่นเอง รถของจูเลียตซึ่งมีเสียวหวั่นเพื่อนของเธอนั่งมาด้วยนั้นก็พุ่งเข้าชนแผงขาย ผลไม้ เสียวหวั่นหมดสติไปถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
จูเลียตและเสี่ยวฟงถูกควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจ เสี่ยวฟงไม่อยากให้จูเลียตต้องโทษ ดังนั้นจึงให้การว่าตนเป็นคนขับรถชนแผงผลไม้ จูเลียตบอกอาซือว่าเธอจะเดินทางไปญี่ปุ่นโดยดี แต่มีข้อแม้ว่าอาซือจะต้องประกันตัวเสี่ยวฟง อาซือรับปากตามข้อเสนอของจูเลียต ถึงแม้ว่าเสี่ยวฟงเป็นอิสระแล้วก็ตามแต่ก็ต้องถูกเพิกถอนไม่ให้ เข้าร่วมการแข่งขันนักแข่งดาวรุ่ง
เสี่ยวฟงไปเยี่ยมเสียวหวั่นที่โรงพยาบาลและได้พบกับจูเลียตเข้าโดยบังเอิญ จูเลียตไม่กล้าที่จะล่าฝันอีกต่อไปตลอดจนยอมรับชีวิตที่เปลี่ยนไป ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้จูเลียตตัดสินใจเดินทางไปญี่ปุ่น จูเลียตให้กำลังใจเสี่ยวฟงล่าฝันทำความฝันให้กลายเป็นจริงให้ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง เสี่ยวฟงปฏิเสธอยู่ในใจด้วยเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าไท่จี๋ขับรถเร็วจนเป็นเหตุ ให้แม่ต้องเสียชีวิตไป ความเข้าใจผิดนี้เองทำให้เสี่ยวฟงกินแหนงแคลงใจพ่อมาโดยตลอด หลังจากที่จูเลียตจากไปแล้ว เสียวหวั่นถึงเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของจูเลียตให้เสี่ยวฟงรู้ เมื่อเสี่ยวฟงรู้ความจริงแล้วก็เกิดความซาบซึ้งใจขึ้นมาจึงตามจูเลียตออก ไป เสี่ยวฟงบอกรักจูเลียตท่ามกลาง สายฝน ชายหนุ่มหญิงสาวซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ไม่กล้าเปิดเผยความจริงใจที่มีต่อกัน ในที่สุดกำแพงที่ทั้งสองมีต่อกันก็ถูกทำลายลง
ความรักเบ่งบานได้ไม่นานนักก็ต้องเปลี่ยนไป อาซือและชิงถิงต่างพบว่าเสี่ยวฟงและจูเลียตรักกัน ทำให้ ทั้งสองต้องกลายเป็นคนทรยศด้วยกันทั้งคู่ ชิงถิงเลือกที่จะหลบเลี่ยง อาซือกลับเลือกที่จะล้างแค้น.....อาซือ ให้เสี่ยวฟงและจูเลียตเป็นคู่แข่งกันในสนามแข่งรถและเพื่อไม่ให้ทั้งสองได้ รับรางวัลนักแข่งดาวรุ่ง อาซือจึงให้มิกิ ซึ่งเป็นน้องสาวเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย เสี่ยวฟงและจูเลียตจะต้องเลือกระหว่างความรักกับมิตรภาพ ทั้งสองจะต้องรับรู้ถึงความรู้สึกที่ถูกทรยศ หากผู้ใดต้องการเปลี่ยนปัจจุบัน ผู้นั้นก็จะต้องช่วงชิงรางวัลนักแข่งดาวรุ่ง ไปครอง มาร์สโกรธมากเมื่อรู้ถึงพฤติกรรมของอาซือ ดังนั้นจึงติวเข้มเสี่ยวฟงเป็นพิเศษ ทั้งยังบอกเป็นนัยว่าถึงแม้ว่าเอาชนะจูเลียต แต่ความสัมพันธ์ก็ยังคงเดิม อีกด้านหนึ่งนั้นชิงถิงเปลี่ยนไป ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดเสี่ยวฟงจึงปันใจจากชิงถิง
สนามแข่งขัน เสี่ยวฟงซึ่งได้รับการติวเข้มจากมาร์สนั้นได้แซงหน้าจีเลียตไป เสี่ยวฟงพบว่าจูเลียตมีท่าทีเหมือนยอมแพ้ ดังนั้นจึงให้กำลังใจจูเลียตให้สู้ต่อไป เสี่ยวฟงและจูเลียตต่างให้กำลังใจกันและกัน ขณะที่เสี่ยวฟงกำลังจะแซงหน้ามิกินั่นเอง มิกิใช้เทอร์โบแซงหน้าเสี่ยวฟงจนเข้าเส้นชัยไป
จูเลียตไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาซือจึงเล่นสกปรก จูเลียตเอาผิดอาซือ อาซืออธิบายความจริงให้จูเลียตฟัง แต่จูเลียตกลับไม่ยอมรับฟัง ทำให้อาซือผิดหวังเป็นอันมาก ในงานแถลงข่าว อาซือยอมรับว่าตนทุจริตการแข่งขัน
จากนั้นอาซือก็กล่าวขอโทษทุกคน อาซือมอบรางวัลชนะเลิศให้เสี่ยวฟง ทุกคนต่างพากันแปลกใจต่อพฤติกรรมของอาซือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจูเลียต เธอรู้สึกผิดที่ตำหนิอาซือไปก่อนหน้านี้
เดิมทีการที่อาซือยอมรับผิดแล้วน่าจะทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี แต่นึกไม่ถึงว่าอาซูกะสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นกลับยุติความร่วมมือกับสกุลเกา ทำให้สกุลเกาต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤต มาร์สไม่มีทางเลือกจึงต้องรับปากเบลล่าโดยการเดินทางกลับไปยังบริษัทเป็นการ ชั่วคราวเพื่อดูแลสถานภาพทางการเงินของบริษัท เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้ทีมงานเป็นอันมาก ที่เป็นเช่นนี้นั้นเพราะการแข่งขันสมาพันธ์ยุโรปกำลังจะมาถึง ที่สำคัญเป็นการแข่งขันครั้งสุดท้ายสำหรับการเป็นนักแข่งรถของมาร์ส แต่มาร์สกลับต้องว้าวุ่นใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จูเลียตไม่อยากให้ทุกคนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้นจึงตัดสินใจแยกทางกับเสี่ยวฟง จูเลียตนัดเสี่ยวฟงออกมาพบ ทันใดนั้นเองก็มีข่าวแพร่สะพัดออกมาว่าชิงถิงหนีออกจากบ้าน
มาร์สได้พบกับชิงถิงซึ่งหนีออกจากบ้าน ด้วยความที่มาร์สเป็นห่วงชิงถิงหญิงสาวที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายนอกตามลำพัง มาร์สจึงเป็นธุระจัดหาที่พักให้ชิงถิง ความรู้สึกห่วงใยอยากดูแลชิงถิงเกิดขึ้นกับมาร์สโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
หลังจากที่เสี่ยวฟงได้รับรางวัลนักแข่งดาวรุ่งแล้วก็ดูเหมือนว่า เส้นทางการแข่งรถของเสี่ยวฟงจะราบรื่นไปได้ดี เสี่ยวฟงได้เข้าร่วมทีมเอ็มสปอร์ตได้ร่วมงานกับมาร์ส อีกด้านหนึ่งนั้น อาซือสละตำแหน่งผู้รับผิดชอบทีมอาซูกะ โดยจะทุ่มเทให้กับการเป็นนักแข่งรถเป็นเวลาหนึ่งปี ที่สำคัญจะตามหัวใจจูเลียตกลับมาให้ได้
พฤติกรรมของอาซือกระทบกระเทือนต่อวงการแข่งรถ ทีมเอ็มสปอร์ตขาดเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ ที่สำคัญยากที่จะร่วมมือกับมาร์ส ผู้จัดการทีมเอ็มสปอร์ตตัดสินใจให้มาร์สออกจากทีมเพื่อให้อาเคนและเสี่ยว ฟง เข้ามาร่วมทีม มิกิสร้างความฮึกเหิมให้เสี่ยวฟงโดยบอกเสี่ยวฟงว่าถ้าหากเสี่ยวฟงชนะการแข่ง ขัน เธอยินดีชดใช้หนึ้ให้ทั้งหมด แต่ถ้าหากเสี่ยวฟงพ่ายแพ้ เสี่ยวฟงจะต้องถอนตัวจากวงการแข่งรถ มาร์สยับยั้งเสี่ยวฟงไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่กลับล้มเหลว เมื่อเป็นเช่นนี้มาร์สจึงขอร้องผู้จัดการอนุญาตให้ตนเข้าร่วมการแข่งขัน เสี่ยวฟงยืนกรานว่าตนจะลงสนามแข่งขันกับมาร์สและตู้เปียนซือ(อาซือ)ให้ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นความใฝ่ฝันทั้งชีวิตของเสี่ยวฟง
มาร์สฝึกซ้อมอย่างหนัก ในเวลาเดียวกันก็ถูกวิกฤตบริษัทรุมเร้า มาร์สกลัดกลุ้มใจมากจึงระบายความอัดอั้นตันใจให้ชิงถิงฟัง แต่ชิงถิงกลับเป็นห่วงแต่เสี่ยวฟง ทำให้มาร์สเกิดความไม่พอใจขึ้นมาจึงพูดจาเสียงดังใส่ชิงถิง สร้างความตกใจให้ชิงถิงเป็นอันมาก มาร์สตำหนิตนเองเป็นการใหญ่ มาร์สเปิดเผยเบาะแสของชิงถิงให้เสี่ยวฟงรู้เพื่อให้เสี่ยวฟงตามชิงถิงกลับมา เสี่ยวฟงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจูเลียตซึ่งรู้เบาะแสชิงถิงนั้นกลับไม่เปิดเผย เบาะแสชิงถิงให้ตนรู้
ไท่จี๋สืบประวัติจูเลียตและมาร์ส ไท่จี๋ตกใจมากเมื่อพบความจริงว่าจูเลียตและมาร์สเป็นลูกของเกาเฉิงหัวผู้ เคราะห์ร้ายซึ่งถูกตนขับรถชนจนถึงแก่ความตาย สิ่งที่คาดคิดไม่ถึงก็คือไท่จี๋ให้การสนับสนุนเสี่ยวฟงเข้าร่วมการแข่งรถ กระชับมิตร โดยมีข้อแม้ว่าถ้าเสี่ยวฟงได้รับชัยชนะให้นำเงินรางวัลไปช่วยเหลือบริษัท สกุลเกา แต่ถ้าหากเสี่ยวฟงพ่ายแพ้ เสี่ยวฟงจะต้องเลิกคบกับจูเลียต
การแข่งขันใกล้เข้ามาทุกที มาร์สตระหนักดีว่าถ้าหากไม่มีตนสักคนเชื่อว่าเสี่ยวฟงไม่มีทางเอา ชนะ ตู้เปียนซือได้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เองมาร์สจึงเข้าร่วมการแข่งขันโดยปกปิดเรื่องที่ตนได้รับบาดเจ็บ ที่ข้อเท้าเอาไว้ อาเคนให้กำลังใจเสี่ยวฟงเอาชนะอาซือให้ได้เพื่อชดเชยความเจ็บปวดของมาร์ส
อาซือเห็นว่ากำลังเพลี่ยงพล้ำ ดังนั้นจึงพยายามทำทุกอย่างถึงแม้ว่าเสี่ยงอันตรายก็ตาม รถของมาร์ส ถูกเบียดออกจากสนามแข่งขัน ในเวลาเดียวกัน รถของอาซือและรถของเสี่ยวฟงก็ชนกันพากันพุ่งออกจากสนาม แข่งขัน ทีมงานได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าเสี่ยวฟงและมาร์สไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายก็ตาม แต่อาซือกลับได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นเหตุให้เป็นอัมพาตไปครึ่งตัว ทำให้ชีวิตการแข่งรถของอาซือต้องสิ้นสุดลง
มาร์สปกปิดอาการบาดเจ็บไว้ทำให้ผู้จัดการทีมเกิดความไม่พอใจถึงกับไล่มาร์สอ อกจากทีม ผู้จัดการทีม รับซีโร่เข้าทีม เนื่องจากเสี่ยวฟงก็มีความผิดด้วย ดังนั้นจึงต้องถูกห้ามไม่ให้ลงแข่งขันเป็นเวลาสองปี ไท่จี๋ฉวยโอกาสนี้แนะนำให้เสี่ยวฟงและชิงถิงไปเข้าโรงเรียนสำหรับนักแข่งรถ ที่ฝรั่งเศส แต่เสี่ยวฟงกลับอยากเดินทางไปฝรั่งเศสกับจูเลียต แต่ในเวลานี้จูเลียตกลับรู้สึกผิดที่เธอเป็นเหตุให้อาซือต้องได้รับบาดเจ็บ สาหัส ทำให้จูเลียตไม่สามารถทิ้งอาซือไปได้ จูเลียตบอกเสี่ยวฟงว่าเธอจะอยู่ดูแลอาซือจนกว่าจะหายเป็นปกติ เมื่อเสี่ยวฟงได้ยินเช่นนั้นก็ตระหนักดีว่าตนไม่สู้ไม่ได้แม้แต่คนพิการ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เสี่ยวฟงตัดใจจากจูเลียต
อีกด้านหนึ่งนั้น ซีโร่เปิดเผยเรื่องที่ไท่จี๋เป็นฆาตกรขับรถชนเกาเฉิงหัวจนถึงแก่ความตายให้ ทุกคนรู้ มิกิและอาซือแถลงข่าวเพื่อเปิดเผยเรื่องนี้ หลังจากที่มาร์ส,เสี่ยวฟงและจูเลียตรู้เรื่องนี้แล้วก็ตกใจมาก มาร์สไปหาไท่จี๋ จากนั้นมาร์สก็ซ้อมไท่จี๋จนสะบักสะบอม เมื่อเสี่ยวฟงและชิงถิงเห็นเช่นนั้นจึงพากันขัดขวาง สภาพที่เป็นอยู่ทำให้ จูเลียตและเสี่ยวฟงต้องแยกทางกัน ไม่มีโอกาสได้พบกัน
มาร์สคิดล้างแค้น ดังนั้นจึงกลับเข้าทีมเอ็มสปอร์ตในฐานะนักแข่งสำรอง มาร์สบีบบังคับไท่จี๋ลงแข่งขันเพื่อตัดสินแพ้ชนะกัน เสี่ยวฟงเห็นไท่จี๋ทุกข์ระทม ดังนั้นจึงตัดสินใจลงแข่งกับมาร์สแทนพ่อ จูเลียตรู้เรื่องที่มาร์สและเสี่ยวฟงจะแข่งรถตัดสินแพ้ชนะกัน จูเลียตเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมา ทั้งที่ไม่ได้ติดใจเหตุการณ์ในอดีต แต่กลับต้องมีความแค้นใหม่เกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้จูเลียตจึงตัดสินใจเดินทางกลับญี่ปุ่นด้วยกันกับอาซือ อาซือไม่อยากเห็น จูเลียตต้องทุกข์ทรมานอยู่เคียงข้างตน ดังนั้นจึงบอกให้จูเลียตไปจากตน จูเลียตตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น มิกิปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของอาซือโดยการเตรียมความพร้อมให้เสี่ยวฟงเข้าแข่ง ขันสมาพันธ์ยุโรป
อีกด้านหนึ่งนั้น เนื่องจากมิกิทำภาพถ่ายของอากั๋วหล่นหาย เสี่ยวฟงและชิงถิงพบเห็นเข้าจึงพากันสืบหาความจริง ในที่สุดทั้งสองก็พบความจริงว่าอากั๋วพ่อของชิงถิงนั้นประสบอุบัติเหตุถึง แก่ความตาย ฆาตกรที่ฆ่าอากั๋วก็คือไท่จี๋นั่นเอง ชิงถิงตกตะลึงมากเมื่อรู้ความจริงเรื่องนี้
ชิงถิงคาดคั้นเอาความจริงจากไท่จี๋ ไท่จี๋ยอมรับความจริงด้วยไม่อยากให้ชิงถิงเคียดแค้นอากั๋ว ชิงถิงไม่รู้จะทำอย่างไรดีเมื่อรู้ว่าไท่จี๋ผู้มีพระคุณของเธอเป็นศัตรูที่ ฆ่าพ่อ ชิงถิงไปหามาร์สด้วยความกลัดกลุ้มใจ
หลังจากที่เดินทางกลับญี่ปุ่นแล้ว อาซือซึ่งอยากกลับไปที่สนามแข่งรถนั้นได้พยายามกัดฟันต่อสู้เพื่อให้ ตนยืนได้อีกครั้ง อาซือต้องการถ่ายทอดเทคนิกพิเศษให้เสี่ยวฟง ด้านหนึ่งนั้นก็ให้คำแนะนำมิกิและอีกด้านหนึ่งนั้นก็พยายามฝึกฝนตนเองเพื่อ ให้แข็งแรงสามารถยืนได้ดังเดิม
คืนก่อนวันแข่งขัน อาซือมีท่าทางทุกข์ระทม มิกิเกรงว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นมา ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดเผยความจริงให้เสี่ยวฟงรู้ว่าฆาตกรที่แท้จริงคืออา กั๋วพ่อของชิงถิง ไม่ใช่ไท่จี๋ หลังจากที่เสี่ยวฟงรู้ความจริงแล้วก็เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ที่ทำเช่นนี้ด้วยตระหนักดีว่าชิงถิงยึดมั่นต่อความรัก ชิงถิงไม่มีความกล้าเหมือนเสี่ยวฟง เธอไม่มีทางยอมรับความจริงได้อย่างแน่นอน
มิกิและจูเลียตต่างรีบรุดไปที่สนามแข่งรถ มิกิขอร้องผู้จัดการแข่งขันและตู้เปียนซือพี่ชายของเธอให้ยกเลิกการแข่งขัน เพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้น ชิงถิงแอบได้ยินคำสนทนาจนรู้ความจริงทั้งหมด ชิงถิงนำความไปบอกมาร์ส แต่น่าเสียดายที่ช้าเกินไปเสียแล้ว เสี่ยวฟงและมาร์สต่างพากันลงสนามแข่งกันแล้ว เดิมทีรถแข่งของมาร์สมีปัญหาอยู่แล้วและเมื่อมาร์สรู้ความจริงทั้งหมดก็ทำ ให้มาร์สไม่มีสมาธิจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนกำแพงขึ้นมา...
ก่อนที่มาร์สจะสิ้นใจลงนั้นได้ขอร้องจูเลียตให้ลงแข่งขันสมาพันธ์ยุโรป เพื่อทำความฝันของตนให้เป็นความจริง จูเลียตตัดสินใจใช้การแข่งขันยุติความรักความบาดหมางที่มีต่อเสี่ยวฟง
จูเลียตขอร้องอาซือสนับสนุนเธอให้เข้าแข่งขันสมาพันธ์ยุโรป อาซือไม่เคยเห็นจูเลียตสิ้นหวังเช่นนี้มาก่อนจึงกังวลว่าจูเลียตจะคิดสั้น ตายตามมาร์สไป เมื่อเป็นเช่นนี้อาซือจึงตัดสินใจลงแข่งขันตัดสินแพ้ชนะกับเสี่ยวฟงโดยปกปิด เรื่องนี้ไว้ไม่ให้จูเลียตรู้
หลังจากที่เสี่ยวฟงรู้เรื่องนี้แล้วก็ว้าวุ่นใจเป็นอันมาก อาการบาดเจ็บของอาซือยังไม่หายเป็นปกติ
เมื่อ ลงแข่งขันได้สักพักหนึ่งก็ไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้เนื่องจากทนความเจ็บปวด จากบาดแผลไม่ไหว เสี่ยวฟงเกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับอาซือ ดังนั้นจึงหยุดรถช่วยเหลือ เสี่ยวฟงบอกอาซือว่าจูเลียตสูญเสียอาซือซึ่งเป็นว่าที่สามีไปไม่ได้ อาซือตื้นตันใจมากที่เสี่ยวฟงเข้าใจถึงความรักของตนกับจูเลียต แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว จูเลียตขับรถแข่งของมาร์สทะยานสู่เส้นชัยเพื่อตัดสินแพ้ชนะยุติชะตาชีวิตที่ มีต่อเสี่ยวฟง

เรื่องย่อตอน เจ้าสนามประลองรัก
31 สิงหาคม 2551
การ แข่งขันรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่การชิงชัยระหว่างมาร์สและซีโร่แชมป์เอเซียและรอง แชมป์ ....
เสี่ยวฟงรักการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจจนตั้งปณิธานว่าจะต้องเป็นนักแข่งรถให้ ได้ น่าเสียดายกลับถูกไท่จี๋ผู้เป็นพ่อคัดค้านไม่เห็นด้วย ชิงถิงเพื่อนสาวที่เติบโตมาด้วยกันกับเสี่ยวฟงได้ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งรถ ให้เสี่ยวฟง สร้างความดีใจให้เสี่ยวฟงเป็นอันมาก ระหว่างทางที่เสี่ยวฟงกำลังเดินทางไปชมการแข่งขันนั่นเองได้รับโทรศัพท์ จากบริษัทให้รับภารกิจนำแหวนแต่งงานไปที่โบสถ์
ตู้เปียนซือผู้รับผิดชอบทีมอาซูกะกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับจูเลียตที่จัด ขึ้นที่โบสถ์แห่งหนึ่ง แต่มิกิน้องสาวกลับทำให้เสียการใหญ่ ทำให้แหวนแต่งงานมาถึงที่โบสถ์ล่าช้าจนเป็นเหตุให้จูเลียตหลบหนีไปจากงาน แต่งงานสร้างความตกตะลึงให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานเป็นอันมาก …
ขณะที่จูเลียตกำลังหลบหนีจากการแต่งงานนั่นเองถูกเสี่ยวฟงขัดขวาง ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ทั้งสองกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน เสี่ยวฟงพาจูเลียตไปรู้จักครอบครัวหนึ่งโดยหารู้ไม่ว่าโชคชะตาได้ชักพาจู เลียตต้องเข้าไปพัวพันบุญคุณความแค้นเมื่อยี่สิบปีก่อน
อาการ โรคหัวใจของเบลล่ากำเริบเฉียบพลัน เสี่ยวฟงพาเธอไปส่งโรงพยาบาล ทำให้จูเลียตมีโอกาสได้พบกับเสี่ยวฟง การพบกันครั้งนี้ทำให้จูเลียตและเสี่ยวฟงต่างมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ในเวลาเดียวกันโชคชะตาก็ชักพาให้เสี่ยวฟงได้รู้จักกับซีโร่ เสี่ยวฟงได้เข้าทำงานที่บริษัทของอาซือโดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนักแข่งทีมอา ซูกะ ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวฟงและจูเลียตพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ
6-7 กันยายน 2551
หลัง จากที่อาซือตามหาจูเลียตซึ่งหลบหนีการแต่งงานพบแล้ว อาซือตัดสินใจพาจูเลียตเดินทางกลับญี่ปุ่นเพื่อแต่งงานให้เร็วที่สุด จูเลียตไม่มีทางเลือกจึงต้องรับปากอาซือ อาซือเจ้าคิดเจ้าแค้นจึงตัดสินใจก่อตั้งทีมแข่งรถขึ้นมาโดยมีเป้าหมายที่จะ ทำลายบริษัทสกุลเกาและมาร์ส อาซือใช้ซีโร่ซึ่งเป็นคู่แข่งของมาร์สเล่นงานมาร์ส เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้มาร์สเป็นอันมาก จูเลียตผิดหวังยิ่งนักเมื่อเห็นพี่ชายและอาซือผิดใจกัน
อาซือเพิ่มรางวัลนักแข่งดาวรุ่งให้ทีมอาซูกะ ทำให้เสี่ยวฟงเกิดความอยากได้ขึ้นมา จูเลียตกำลังจะเดินทางไปญี่ปุ่น เนื่องจากเธอถูกความรักกดดันเป็นเหตุให้เธอตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันนัก แข่งดาวรุ่งเสียก่อนจากนั้นค่อยเดินทางไปญี่ปุ่น เสี่ยวฟงและจูเลียตต้องเผชิญหน้ากันในการแข่งขันนักแข่งดาวรุ่ง
เฉิงจินนักแข่งรถทีมอาซูกะผิดใจกับมาร์สแห่งทีมเอ็มสปอร์ต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสดีที่ทำให้เสี่ยวฟงและมาร์สได้รู้จักกันมาก ขึ้น แม้ว่าทั้งสองจะอยู่คนละทีมกันก็ตาม แต่มาร์สก็ชื่นชมอุปนิสัยและความสามารถของเสี่ยวฟง ทำให้เสี่ยวฟงเกิดความเชื่อมั่นในตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว
ถ้าหากจะเปรียบเทียบความได้เปรียบเสียเปรียบ จูเลียตได้รับการสนับสนุนจากทีมอาซูกะ ส่วนมาร์สได้รับการสนับสนุนจากทีมเอ็มสปอร์ต แต่เสี่ยวฟงกลับต้องหารถแข่งเพื่อเข้าแข่งขันด้วยตนเอง
เสี่ยวฟงไม่อยากทิ้งโอกาสให้หลุดลอยไป ดังนั้นจึงไปขอความช่วยเหลือจากซีโร่ ซีโร่แนะนำให้เสี่ยวฟงแข่งรถตามท้องถนนซึ่งผิดกฎหมายเพื่อหาเงินไปซื้อรถ แข่งร่วมการแข่งขัน
จูเลียตพบโดยบังเอิญว่าเสี่ยวฟงเข้าร่วมแข่งรถตามท้องถนนซึ่งผิดกฎหมาย เมื่อเธอรู้เช่นนั้นแล้วก็เป็นห่วงเสี่ยวฟงขึ้นมาเพราะการทำเช่นนี้นั้นเป็น การตัดอนาคตของเสี่ยวฟงเอง จูเลียตห้ามปรามเสี่ยวฟง แต่กลับทำให้เสี่ยวฟงโกรธมากจนทั้งสองมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง
ไท่จี๋รู้ถึงพฤติกรรมของเสี่ยวฟง ดังนั้นจึงใช้ความเป็นพ่อลงโทษเสี่ยวฟง เสี่ยวฟงคับแค้นใจมากที่ถูกขัดขวาง ดังนั้นจึงเปลี่ยนความคับแค้นใจเป็นพลังในการแข่งขัน
ชิงถิงออกตามหาเสี่ยวฟงด้วยความเป็นห่วงเป็นใย นึกไม่ถึงว่าได้พบกับมาร์สเข้าโดยบังเอิญ มาร์สรู้ความจริงจากชิงถิง มาร์สขัดขวางเสี่ยวฟงด้วยไม่อยากให้เสี่ยวฟงหลงเดินทางผิดจนรถของทั้งสองชน กัน มาร์สและเสี่ยวฟงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มาร์สเตือนสติเสี่ยวฟงว่าถ้าหากยังคงหลงผิด เสี่ยวฟงจะต้องเสียใจมากกว่านี้ แต่การแข่งขันใกล้เข้ามาทุกที ทำให้เสี่ยวฟงไม่มีทางเลือกด้วยไม่อยากให้โอกาสหลุดลอยไป
เสี่ยวฟงกลับมาแข่งรถบนท้องถนนอีกครั้ง จูเลียตเห็นเช่นนั้นจึงตัดสินใจแจ้งความเพื่อขัดขวางเสี่ยวฟง แต่นึกไม่ถึงว่ากลับถูกพวกนักแข่งเถื่อนพบเห็นเข้า จูเลียตถูกพวกนักแข่งเถื่อนขับรถไล่ล่า จูเลียตขับรถชนร้านขายผลไม้ ทำให้เสี่ยวหวั่นเพื่อนสนิทที่นั่งรถมาด้วยกันกับจูเลียตนั้นได้รับบาดเจ็บ สาหัส เสี่ยวหวั่นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
จูเลียตและเสี่ยวฟงถูกควบคุมตัวไปยังสถานีตำรวจ เสี่ยวฟงไม่อยากให้จูเลียตต้องโทษ ดังนั้นจึงให้การว่าตนเป็นคนขับรถชนแผงผลไม้ จูเลียตบอกอาซือว่าเธอจะเดินทางไปญี่ปุ่นโดยดี แต่มีข้อแม้ว่าอาซือจะต้องประกันตัวเสี่ยวฟง อาซือรับปากตามข้อเสนอของจูเลียต ถึงแม้ว่าเสี่ยวฟงเป็นอิสระแล้วก็ตามแต่ก็ต้องถูกเพิกถอนไม่ให้เข้าร่วมการ แข่งขันนักแข่งดาวรุ่ง เสี่ยวฟงไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากมาร์สและคนอื่นๆ เสี่ยวฟงหาที่สงบเงียบเพื่อคิดใคร่ครวญถึงอนาคตของตน
ความ สัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวฟงและไท่จี๋เปลี่ยนไปในทางที่ดี แต่แล้วเสี่ยวฟงก็พบความจริงว่าเมื่อครั้งที่ไท่จี๋เป็นหนุ่มนั้นเป็นนัก แข่งรถ แม่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ทำให้เสี่ยวฟงเข้าใจผิดคิดว่าไท่จี๋เป็นฆาตกร ในที่สุดเสี่ยวฟงและไท่จี๋ก็ผิดใจกันขึ้นมา
13-14 กันยายน 2551
เสี่ยว ฟงไปเยี่ยมเสียวหวั่นที่โรงพยาบาลและได้พบกับจูเลียตเข้าโดยบังเอิญ จูเลียตไม่กล้าที่จะล่าฝันอีกต่อไปตลอดจนยอมรับชีวิตที่เปลี่ยนไป ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้จูเลียตตัดสินใจเดินทางไปญี่ปุ่น จูเลียตให้กำลังใจเสี่ยวฟงล่าฝันทำความฝันให้กลายเป็นจริงให้ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง เสี่ยวฟงปฏิเสธอยู่ในใจด้วยเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าไท่จี๋ขับรถเร็วจนเป็นเหตุ ให้แม่ต้องเสียชีวิตไป ความเข้าใจผิดนี้เองทำให้เสี่ยวฟงกินแหนงแคลงใจพ่อมาโดยตลอด
หลังจากที่จูเลียตจากไปแล้ว เสียวหวั่นถึงเปิดเผยเจตนาที่แท้จริงของจูเลียตให้เสี่ยวฟงรู้ เมื่อเสี่ยวฟงรู้ความจริงแล้วก็เกิดความซาบซึ้งใจขึ้นมาจึงตามจูเลียตออก ไป เสี่ยวฟงบอกรักจูเลียตท่ามกลางสายฝน ชายหนุ่มหญิงสาวซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ไม่กล้าเปิดเผยความจริงใจที่มีต่อกัน ในที่สุดกำแพงที่ทั้งสองมีต่อกันก็ถูกทำลายลง
ความรักเบ่งบานได้ไม่นานนักก็ต้องเปลี่ยนไป อาซือและชิงถิงต่างพบว่าเสี่ยวฟงและจูเลียตรักกัน ทำให้ ทั้งสองต้องกลายเป็นคนทรยศด้วยกันทั้งคู่ ชิงถิงเลือกที่จะหลบเลี่ยง อาซือกลับเลือกที่จะล้างแค้น.....
อาซือให้เสี่ยวฟงและจูเลียตเป็นคู่แข่งกันในสนามแข่งรถ และเพื่อไม่ให้ทั้งสองได้รับรางวัลนักแข่งดาวรุ่ง อาซือจึงให้มิกิซึ่งเป็นน้องสาวเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
เสี่ยวฟงและจูเลียตจะต้องเลือกระหว่างความรักกับมิตรภาพ ทั้งสองจะต้องรับรู้ถึงความรู้สึกที่ถูกทรยศ หากผู้ใดต้องการเปลี่ยนปัจจุบัน ผู้นั้นก็จะต้องช่วงชิงรางวัลนักแข่งดาวรุ่งไปครอง มาร์สโกรธมากเมื่อรู้ถึงพฤติกรรมของอาซือ ดังนั้นจึงติวเข้มเสี่ยวฟงเป็นพิเศษ ทั้งยังบอกเป็นนัยว่าถึงแม้ว่าเอาชนะจูเลียต แต่ความสัมพันธ์ก็ยังคงเดิม อีกด้านหนึ่งนั้น ชิงถิงเปลี่ยนไป ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดเสี่ยวฟงจึงปันใจจากชิงถิง
ไม่นานนัก อาซือพบว่าจูเลียตต้องทนทุกข์อันมีสาเหตุมาจากเบลล่า ด้วยความที่อาซือรักและเป็นห่วง จูเลียตมาก ทำให้อาซือใจอ่อนจนเปลี่ยนความตั้งใจโดยให้มิกิช่วยเหลือจูเลียตได้รับชัย ชนะ เมื่อมิกิได้ยินเช่นนั้นมีหรือที่จะปฏิบัติตามความต้องการของอาซือ มิกิกลับเห็นว่าอาซืออ่อนแอเกินไป อาซือยอมรับกับมิกิว่าตนรัก จูเลียตมาก หวังว่ามิกิจะเข้าใจและให้อภัยตน เจี๋ยจื่อเลขานุการของอาซือรู้ถึงความเจ็บปวดของอาซือเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงสอบถามจูเลียตว่าถ้าหากแพ้การแข่งขันจะเดินทางกลับญี่ปุ่นด้วยกัน กับอาซือหรือไม่ จูเลียตกลับนิ่งเงียบไม่ตอบ เจี๋ยจื่อเห็นเช่นนั้นจึงร่วมมือกับซีโร่ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้รถแข่งของมิ กิเพื่อให้มิกิได้รับชัยชนะ
สนามแข่งขัน เสี่ยวฟงซึ่งได้รับการติวเข้มจากมาร์สนั้นได้แซงหน้าจีเลียตไป เสี่ยวฟงพบว่าจูเลียตมีท่าทีเหมือนยอมแพ้ ดังนั้นจึงให้กำลังใจจูเลียตให้สู้ต่อไป เสี่ยวฟงและจูเลียตต่างให้กำลังใจกันและกัน ขณะที่เสี่ยวฟงกำลังจะแซงหน้ามิกินั่นเอง มิกิใช้เทอร์โบแซงหน้าเสี่ยวฟงจนเข้าเส้นชัยไป
ไท่จี๋พบว่ามิกิเล่นสกปรกแต่กลับปกปิดความจริงเอาไว้ ไท่จี๋ยื่นข้อเสนอต่อเหล่าฉีซึ่งเป็นเพื่อนรักว่าขอเพียงเสี่ยวฟงไม่ได้เป็น นักแข่งรถ ตนยินดีเปิดโปงแผนสกปรกของมิกิออกมา เหล่าฉีตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
จู เลียตไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาซือจึงเล่นสกปรก จูเลียตเอาผิดอาซือ อาซืออธิบายความจริงให้จูเลียตฟัง แต่จูเลียตกลับไม่ยอมรับฟัง ทำให้อาซือผิดหวังเป็นอันมาก ในเวลาเดียวกันเหล่าฉีนัดอาซือออกมาพบเพื่อให้ อาซือมอบหลักฐานการกระทำความผิดของมิกิออกมา อาซือซึ่งได้รับความกดดันจากบริษัท,ทีมแข่งรถและชื่อเสียงของตนที่ต้องพัง ย่อยยับไป เมื่อเป็นเช่นนี้อาซือจึงตัดสินใจจัดงานแถลงข่าวขึ้นมาโดยไม่อยากให้จูเลีย ตเข้าใจผิดตนอีกต่อไปในงานแถลงข่าว อาซือยอมรับว่าตนทุจริตการแข่งขัน จากนั้นอาซือก็กล่าวขอโทษทุกคน อาซือมอบรางวัลชนะเลิศให้เสี่ยวฟง ทุกคนต่างพากันแปลกใจต่อพฤติกรรมของอาซือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจูเลียต เธอรู้สึกผิดที่ตำหนิอาซือไปก่อนหน้านี้
20-21 กันยายน 2551
หลัง จากที่อาซือยอมรับผิดในความผิดที่ก่อขึ้นแล้ว จูเลียตและเสี่ยวก็ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งสองต่างเริ่มต้นสร้างความฝันของกันและกันขึ้นมา การที่ทีมอาซูกะก่อเรื่องทุจริตขึ้นมานั้นทำให้ชื่อเสียงของอาซือ ย่อยยับ สำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นมีคำสั่งให้อาซือเดินทางกลับญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังตัดเงินสนับสนุน จากนั้นก็ร่วมมือกับบริษัทสกุลเกา ทำให้บริษัทสกุลเกามีอิทธิพลขึ้นมาในชั่วพริบตา
มาร์สไม่อยากสร้างความกดดันให้จูเลียต ด้วยเหตุนี้มาร์สจึงตัดสินใจกลับไปช่วยงานเบลล่าที่บริษัท เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้ทีมแข่งรถเป็นอันมาก เนื่องจากการแข่งขันสมาพันธ์ยุโรปใกล้เข้ามาทุกทีและถือว่าเป็นการแข่งรถ ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของมาร์ส แต่นึกไม่ถึงว่ามาร์สกลับมีจุดยืนที่ไม่แน่นอน
ในเวลาเดียวกัน จูเลียตไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนไปด้วย ดังนั้นจึงตัดสินใจแยกทางกับเสี่ยวฟง จูเลียตนัดเสี่ยวฟงออกมาพบ แต่นึกไม่ถึงว่ากลับได้ยินข่าวชิงถิงหนีออกจากบ้าน จูเลียตไม่อยากให้เสี่ยวฟงต้องเสียใจอีกต่อไป ดังนั้นจึงขอแยกทางกับเสี่ยวฟง เพื่อให้ทั้งสองได้มีโอกาสได้ทบทวนความรู้สึกของกันและกัน
มาร์สได้พบกับชิงถิงซึ่งหนีออกจากบ้าน ด้วยความที่มาร์สเป็นห่วงชิงถิงหญิงสาวที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายนอกตามลำพัง มาร์สจึงเป็นธุระจัดหาที่พักให้ชิงถิง ความรู้สึกห่วงใยอยากดูแลชิงถิงเกิดขึ้นกับมาร์สโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว มาร์สพบอุปสรรคมากมายในการทำงาน ผู้จัดการทีมแข่งรถตัดสินใจให้มาร์สออกจากทีมด้วยหลีกเลี่ยงไม่ให้มีปัญหา ขึ้นในภายภาคหน้า จากนั้นก็ให้เคนเข้ามาเสริมทีมมาร์สได้รับความกดดันเป็นอันมาก มาร์สระบายความอัดอั้นตันใจให้ชิงถิงฟัง ช่วงเวลาที่มาร์สใช้ชีวิตด้วยกันกับชิงถิงนั้นได้ทำให้มาร์สลืมความทุกข์ไป จนหมดสิ้น
หลังจากที่เสี่ยวฟงได้รับรางวัลนักแข่งดาวรุ่งแล้วก็ได้เป็นนักแข่งรถทีม เอ็มสปอร์ต ที่สำคัญเสี่ยวฟงได้มีโอกาสร่วมงานกับมาร์สอีกด้วย มาร์สต้องเผชิญกับเสี่ยวฟงซึ่งตามหาชิงถิง ด้วยความที่มาร์สไม่อยากสูญเสียชิงถิงไป ดังนั้นจึงปกปิดความจริงไม่เปิดเผยเบาะแสของชิงถิงให้เสี่ยวฟงรู้ครั้ง หนึ่ง มาร์สตรากตรำมากจนล้มป่วยลงโดยพักรักษาตัวอยู่ที่ที่พักของชิงถิง ชิงถิงพาจูเลียตมาหามาร์ส จูเลียตเห็นชิงถิงและเสี่ยวฟงครองรักกันอย่างมีความสุข ด้วยความที่ไม่อยากทำลายสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ จูเลียตจึงตัดสินใจเปิดเผยเบาะแสชิงถิงให้เสี่ยวฟงรู้
จูเลียตเห็นมาร์สล้มป่วย เธอจึงตัดสินใจยืนหยัดเข้มแข็งโดยเข้าไปช่วยงานที่บริษัท อาซือเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น อาซือลาออกจากผู้บริหารทีมอาซูกะโดยทุ่มเทให้กับการแข่งรถ อาซือปฏิญาณว่าภายในหนึ่งปีนี้จะต้องตามหัวใจจูเลียตกลับมาให้ได้ พฤติกรรมของอาซือกระทบกระเทือนต่อวงการแข่งรถ ทีมเอ็มสปอร์ตขาดเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ ที่สำคัญยากที่จะร่วมมือกับมาร์ส ผู้จัดการทีมเอ็มสปอร์ตตัดสินใจให้มาร์สออกจากทีมเพื่อให้อาเคนและเสี่ยว ฟงเข้ามาร่วมทีม มิกิสร้างความฮึกเหิมให้เสี่ยวฟงโดยบอกเสี่ยวฟงว่าถ้าหากเสี่ยวฟงชนะการแข่ง ขัน เธอยินดีชดใช้หนึ้ให้ทั้งหมด แต่ถ้าหากเสี่ยวฟงพ่ายแพ้ เสี่ยวฟงจะต้องถอนตัวจากวงการแข่งรถ มาร์สยับยั้งเสี่ยวฟงไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่กลับล้มเหลว เมื่อเป็นเช่นนี้มาร์สจึงขอร้องผู้จัดการอนุญาตให้ตนเข้าร่วมการแข่งขัน เสี่ยวฟงยืนกรานว่าตนจะลงสนามแข่งขันกับมาร์สและตู้เปียนซือ(อาซือ)ให้ได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นความใฝ่ฝันทั้งชีวิตของเสี่ยวฟง
มาร์สเห็นว่าไม่สามารถยับยั้งเสี่ยวฟงไม่ให้ลงแข่งขัน เมื่อเป็นเช่นนี้มาร์สจึงตัดสินใจขอร้องผู้จัดการทีมอนุญาตให้ตนลงแข่งขัน ด้วย ผู้จัดการทีมเห็นมาร์สมีความตั้งใจจริง ดังนั้นจึงอนุญาตให้มาร์สลงแข่งขัน อีกด้านหนึ่งนั้น จูเลียตเกลี้ยกล่อมอาซือให้เลิกล้มความคิดที่จะลงแข่งขัน แต่อาซือกลับปฏิเสธด้วยตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะลงแข่งตัดสินแพ้ชนะกับ เสี่ยวฟงให้ถึงที่สุด ทุกคนต่างเป็นห่วงเสี่ยวฟงยิ่งนัก
เสี่ยว ฟงฮึกเหิมที่จะได้ลงสนามแข่งขันกับอาซือและมาร์ส ที่เป็นเช่นนี้เพราะเป็นความใฝ่ฝันทั้งชีวิตของเสี่ยวฟงนั่นเอง มาร์สต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน ด้วยความที่กลัดกลุ้มใจจึงระบายความทุกข์ให้ชิงถิงฟัง แต่ชิงถิงกลับเป็นห่วงแต่เสี่ยวฟง ทำให้มาร์สกลัดกลุ้มใจมากยิ่งขึ้น มาร์สเปิดเผยความในใจบอกรักชิงถิง ชิงถิงตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น มาร์สรู้สึกผิดจึงตัดสินใจเปิดเผยเบาะแสของชิงถิงให้เสี่ยวฟงรู้เพื่อให้ตาม ชิงถิงกลับมา ในเวลาเดียวกันนี้เอง ไท่จี๋พบชิงถิงจึงพาชิงถิงไป มาร์สและไท่จี๋คลาดกัน ทำให้ทั้งสองไม่ได้พบหน้ากัน
27-28 กันยายน 2551
หลัง จากที่ชิงถิงไปจากมาร์สแล้ว ชิงถิงก็เกิดความคิดถึงมาร์สขึ้นมา ชิงถิงพบว่าความรู้สึกของเธอเปลี่ยนไปไม่ได้ทุ่มเทให้เสี่ยวฟงดังเดิมอีกต่อ ไปแล้ว
เสี่ยวฟงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจูเลียตจึงปกปิดไม่เปิดเผยเบาะแสของเสี่ยวฟงให้ ตนรู้ จูเลียตงานยุ่ง แต่อาซือ ก็ช่วยแบ่งเบาไปได้มาก เสี่ยวฟงรู้สึกท้อแท้ ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวฟงและจูเลียตเลวร้ายลงทุกที เสี่ยวฟงให้คำมั่นสัญญาต่อจูเลียตว่าตนจะทุ่มเทอย่างเต็มที่โดยไม่คำนึงว่า จะแพ้หรือชนะก็ตาม
จากคำพูดของจูเลียต ทำให้ไท่จี๋เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาเมื่อรู้ถึงความสัมพันธ์ของมาร์สและจู เลียต หลังจากที่ไท่จี๋สืบหาความจริงแล้วก็พบความจริงว่ามาร์สและจูเลียตเป็นลูก ชายและลูกสาวของเกาเฉิงหัวผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกตนขับรถชนจนถึงแก่ความตาย
หลังจากที่ไท่จี๋รู้ความจริงแล้วถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว ดังนั้นจึงตัดสินใจเปิดเผยความจริงให้โบโบ้ โบโบ้ตกใจมากเมื่อรู้ความจริง แต่ก็ไม่สามารถเปิดเผยความจริงให้ใครรู้ได้ ที่สำคัญทำให้โบโบ้เป็นห่วงถึงการแข่งขันกระชับมิตรซึ่งเสี่ยวฟงเข้าร่วมการ แข่งขันด้วย สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้เสี่ยวฟงคือไท่จี๋ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจ เสี่ยวฟงเป็นอย่างดี ที่เป็นเช่นนี้นั้นถ้าหากเสี่ยวฟงได้รับชัยชนะก็จะช่วยบริษัทสกุลเกาเอาไว้ ได้ แต่ถ้าหากพ่ายแพ้จะต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับจูเลียต ทั้งหมดเป็นความคิดของไท่จี๋
มาร์สเชื่อมั่นว่าเสี่ยวฟงจะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน ที่เป็นเช่นนี้นั้นเนื่องจากก่อนหน้านี้มาร์สได้พบกับชิงถิง มาร์สไม่ทันระวังตัวได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า
การแข่งขันใกล้เข้ามาทุกที มาร์สตระหนักดีว่าถ้าหากไม่มีตน เสี่ยวฟงไม่มีทางที่จะเอาชนะอาซือได้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้เองมาร์สจึงลงแข่งโดยปกปิดเรื่องที่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าเอา ไว้ ก่อนการแข่งขัน ชิงถิงและอาเคนพบว่ามาร์สได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า ทั้งสองต่างพากันเป็นห่วงมาร์สยิ่งนัก
อาเคนเกลี้ยกล่อมมาร์สไม่ให้เข้าร่วมการแข่งขัน แต่เนื่องจากมีสปอนเซอร์ให้การสนับสนุนอยู่ทำให้มาร์ส ต้องกัดฟันทนลงแข่งขันทั้งที่ยังได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่เสี่ยวฟงรู้ความจริงว่ามาร์สได้รับบาดเจ็บก็เกิดความเป็นห่วงมา ร์สขึ้นมา เสี่ยวฟงตัดสินใจทุ่มเทให้การแข่งขันด้วยไม่อยากให้มาร์สต้องกังวลและผิด หวัง
อาเคนร้อนใจมากเมื่อเห็นว่าถึงรอบสุดท้ายของการแข่งขันแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้อาเคนจึงสกัดมาร์สเอาไว้เพื่อไม่ให้อาซือต้องพะวักพะวง อาซือคำนึงถึงแต่ชัยชนะโดยไม่คำนึงถึงอันตรายเป็นเหตุให้มาร์สต้องออกจากการ แข่งขัน ส่วนรถของอาซือก็พุ่งเข้าชนรถของเสี่ยวฟงลื่นไถลออกจากสนามแข่งขันไป
การแข่งขันกระชับมิตรทำให้บรรดานักแข่งรถได้รับบาดเจ็บไปถ้วนหน้า จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แม้ว่าเสี่ยวฟงและมาร์สไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่อาซือกลับได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นอัมพาตไปครึ่งตัวสะเทือนไปทั่ววงการแข่ง รถ
เสี่ยวฟงถูกเพิกถอนใบอนุญาตแข่งรถเป็นเวลาสองปี ไท่จี๋จึงฉวยโอกาสนี้แนะนำให้เสี่ยวฟงและชิงถิงไป อบรมการแข่งรถเพิ่มเติมที่ฝรั่งเศส แต่เสี่ยวฟงกลับ อยากเดินทางไปฝรั่งเศสกับจูเลียตมากกว่า ในเวลานี้เนื่องจาก จูเลียตเห็นอาซือได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่สำคัญเธอเป็นเหตุให้อาซือต้องมีสภาพเช่นนี้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้จูเลียต ไม่สามารถทอดทิ้งอาซือไปได้ จูเลียตบอกเสี่ยวฟงว่าเธอตัดสินใจอยู่เคียงข้างอาซือจนกว่าอาซือจะเดินได้ เป็นปกติ เสี่ยวฟงรู้ดีว่าชั่วชีวิตนี้ตนสู้อาซือซึ่งเป็นคนพิการไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เสี่ยวฟงตัดสินใจแยกทางกับจูเลียต
มาร์สปกปิดเรื่องที่ได้รับบาดเจ็บเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมเกิดความไม่พอใจ ขึ้นมา ผู้จัดการทีมตัดสินใจ ไล่มาร์สออกจากทีม จากนั้นก็รับซีโร่เข้ามาในทีม การที่มาร์สถูกขับออกจากทีมทำให้สูญเสียโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันสมาพันธ์ ยุโรป เรื่องนี้สร้างความคับแค้นใจให้มาร์สเป็นอันมาก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการรักษาตัวให้หายเป็นปกติมาร์สพบว่าชิงถิง จะเดินทางไปฝรั่งเศส เมื่อมาร์สรู้เช่นนั้นแล้วก็พยายามรั้งชิงถิงไว้ ต่อมาซีโร่หนุ่มเจ้าสำราญได้นำเรื่องที่ไท่จี๋เป็นฆาตกรที่ขับรถชนเกาเฉิง หัวจนถึงแก่ความตายเปิดเผยให้ทุกคนรู้ มิกิและอาซือจัดงานแถลงข่าวเปิดเผยความจริงเรื่องนี้ มาร์ส,เสี่ยวฟงและจูเลียตตกใจมากเมื่อรู้ความจริง
มาร์ส ไปหาไท่จี๋ ทันทีที่มาร์สพบเห็นไท่จี๋ มาร์สก็ซ้อมไท่จี๋จนสะบักสะบอม เสี่ยวฟงและชิงถิงพากันคลี่คลายสถานการณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างจูเลียตและเสี่ยวฟงนั้นต่างต้องทุกข์ระทมด้วยกันทั้งคู่ ทั้งที่รักกันแต่กลับต้องแยกทางกัน มาร์สคิดล้างแค้น ดังนั้นจึงกลับเข้าทีมเอ็มสปอร์ตในฐานะนักแข่งสำรอง มาร์สบีบบังคับไท่จี๋ลงแข่งขันเพื่อตัดสินแพ้ชนะกัน เสี่ยวฟงเห็นไท่จี๋ทุกข์ระทม ดังนั้นจึงตัดสินใจลงแข่งกับมาร์สแทนพ่อ จูเลียตรู้เรื่องที่มาร์สและเสี่ยวฟงจะแข่งรถตัดสินแพ้ชนะกัน จูเลียตเกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมา ทั้งที่ไม่ได้ติดใจเหตุการณ์ในอดีต แต่กลับต้องมีความแค้นใหม่เกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้จูเลียตจึงตัดสินใจเดินทางกลับญี่ปุ่นด้วยกันกับอาซือ อาซือไม่อยากเห็น จูเลียตต้องทุกข์ทรมานอยู่เคียงข้างตน ดังนั้นจึงบอกให้จูเลียตไปจากตน จูเลียตตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น มิกิปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของอาซือโดยการเตรียมความพร้อมให้เสี่ยวฟงเข้าแข่ง ขันสมาพันธ์ยุโรป
4-5 ตุลาคม 2551
เสี่ยว ฟงรู้ดีว่าหากจูเลียตอยู่เคียงข้างตนก็ต้องทุกข์ระทม ดังนั้นจึงอวยพรให้จูเลียตและอาซือมีความสุข ที่สำคัญให้อาซือเดินได้เป็นดังเดิมจะได้ปกป้องคุ้มครองจูเลียต แต่นึกไม่ถึงว่าอาซือกลับไม่อยากให้จูเลียตต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับตนซึ่ง เป็นคนพิการ อาซือระบายความในใจให้มาร์สฟัง จากนั้นอาซือก็จากไปโดยปล่อยให้ จูเลียตเศร้าโศกเสียใจ มิกิปฏิบัติตามคำแนะนำของอาซือโดยให้การสนับสนุนเสี่ยวฟงลงแข่งสมาพันธ์ ยุโรป ไท่จี๋กลับปฏิเสธด้วยหวาดระแวงมิกิ ไม่เพียงแต่ไท่จี๋ที่ระแวงมิกิ ทุกคนในทีมต่างพากันหวาดระแวงมิกิ มีเพียงฮอนด้าเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เสี่ยวฟงเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างหนัก ต่อมา เสี่ยวฟงพบว่าจูเลียตยังอยู่ในไต้หวัน ทำให้เสี่ยวฟงเกิดความคิดถึงอยากพบหน้าจูเลียตสักครั้ง แต่กลับถูกมาร์สปฏิเสธไม่ให้ออกไปพบจูเลียตเป็นอันขาด
อีกด้านหนึ่งนั้น เนื่องจากมิกิทำภาพถ่ายของอากั๋วหล่นหาย เสี่ยวฟงและชิงถิงพบเห็นเข้าจึงพากันสืบหาความจริง ในที่สุดทั้งสองก็พบความจริงว่าอากั๋วพ่อของชิงถิงนั้นประสบอุบัติเหตุถึง แก่ความตาย ฆาตกรที่ฆ่าอากั๋วก็คือไท่จี๋นั่นเอง ชิงถิงตกตะลึงมากเมื่อรู้ความจริงเรื่องนี้
ชิงถิงคาดคั้นเอาความจริงจากไท่จี๋ ไท่จี๋ยอมรับความจริงด้วยไม่อยากให้ชิงถิงเคียดแค้นอากั๋ว ชิงถิงไม่รู้ จะทำอย่างไรดีเมื่อรู้ว่าไท่จี๋ผู้มีพระคุณของเธอเป็นศัตรูที่ฆ่าพ่อ ชิงถิงไปหามาร์สด้วยความกลัดกลุ้มใจ โบโบ้เห็นใจในความ ขมขื่นของไท่จี๋ หลังจากที่โบโบ้รู้ความจริงแล้วก็ตัดสินใจที่จะเปิดเผยความจริงให้ทุกคนรู้ แต่น่าเสียดายกลับถูกไท่จี๋ห้ามไว้ เนื่องจากไท่จี๋ตระหนักดีว่าชิงถิงยึดมั่นต่อความรัก เธอไม่มีความกล้าหาญเหมือนกับเสี่ยวฟง เธอไม่มีทางทน ต่อแรงกดดันจากความผิดของสองครอบครัวได้เป็นอันขาด จากความช่วยเหลือและให้การสนับสนุนของมิกิ ทำให้เสี่ยวฟงได้รับใบอนุญาตแข่งรถดังเดิม มิกิเห็นทุกคนต่างทุ่มเทแรงใจเพื่อการแข่งขัน ทำให้เกิดความเลื่อมใส นอกจากนี้ฮอนด้ายังทำ ทุกอย่างเพื่อทีม ทำให้มิกิใจอ่อนจนเกือบจะเกลี้ยกล่อมอาซือให้เลิกล้มความคิดที่จะเอาชนะ เสี่ยวฟงและมาร์ส
หลังจากเดินทางกลับญี่ปุ่น อาซือซึ่งอยากกลับไปที่สนามแข่งรถนั้น ได้พยายามกัดฟันต่อสู้เพื่อให้ตนยืนได้ อีกครั้ง อาซือต้องการถ่ายทอดเทคนิกพิเศษให้เสี่ยวฟง ด้านหนึ่งนั้นก็ให้คำแนะนำมิกิและอีกด้านหนึ่งนั้น ก็พยายามฝึกฝนตนเองเพื่อให้แข็งแรงสามารถยืนได้ดังเดิม อาซือกลับเข้าสู่วงการแข่งรถอีกครั้ง เบลล่าบีบบังคับให้จูเลียตแต่งงานกับอาซือ มาร์สเลื่อมใสในความตั้งใจจริงของอาซือ ดังนั้นจึงไม่ขัดขวางอาซือลงแข่งขันอีกต่อไป
คืนก่อนวันแข่งขัน เสี่ยวฟงสิ้นหวังเมื่อรู้ว่าอาซือและจูเลียตจะแต่งงานกัน ทุกคนต่างเกรงว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อจิตใจของเสี่ยวฟง ทุกคนจึงพากันปลอบขวัญและให้กำลังใจเสี่ยวฟง น่าเสียดายกลับเปล่าประโยชน์ มิกิเกรงว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในสนามแข่งขัน ด้วยเหตุนี้ก่อนการแข่งขันมิกิจึงตัดสินใจเปิดเผยความจริงให้เสี่ยวฟงรู้ว่า ฆาตกรที่แท้จริงคืออากั๋วพ่อของชิงถิง ไม่ใช่ไท่จี๋ดังที่เสี่ยวฟงเข้าใจ มิกิและจูเลียตต่างรีบรุดไปที่สนามแข่งรถมิกิขอร้องผู้จัดการแข่งขันและตู้ เปียนซือพี่ชายของเธอให้ยกเลิกการแข่งขันเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมที่จะ เกิดขึ้น ชิงถิงแอบได้ยินคำสนทนาจนรู้ความจริงทั้งหมด ชิงถิงนำความไปบอกมาร์ส แต่น่าเสียดายที่ช้าเกินไปเสียแล้ว เสี่ยวฟงและ มาร์สต่างพากันลงสนามแข่งกันแล้ว เดิมทีรถแข่งของมาร์สมีปัญหาอยู่แล้วและเมื่อมาร์สรู้ความจริงทั้งหมดก็ทำ ให้ มาร์สไม่มีสมาธิจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุพุ่งชนกำแพงขึ้นมา...
ก่อนที่มาร์สจะสิ้นใจลงนั้นได้ขอร้องจูเลียตให้ลงแข่งขันสมาพันธ์ยุโรป เพื่อทำความฝันของตนให้เป็น ความจริง จูเลียตตัดสินใจใช้การแข่งขันยุติความรักความบาดหมางที่มีต่อเสี่ยวฟง จูเลียตขอร้องอาซือสนับสนุนเธอให้เข้าแข่งขันสมาพันธ์ยุโรป อาซือไม่เคยเห็นจูเลียตสิ้นหวังเช่นนี้มาก่อนจึงกังวลว่าจูเลียตจะคิดสั้น ตายตามมาร์สไป เมื่อเป็นเช่นนี้อาซือจึงตัดสินใจลงแข่งขัน ตัดสินแพ้ชนะกับเสี่ยวฟงโดยปกปิดเรื่องนี้ไว้ไม่ให้จูเลียตรู้
หลัง จากที่เสี่ยวฟงรู้เรื่องนี้แล้วก็ว้าวุ่นใจเป็นอันมาก อาการบาดเจ็บของอาซือยังไม่หายเป็นปกติ เมื่อลงแข่งขันได้สักพักหนึ่งก็ไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ เนื่องจากทนความเจ็บปวดจากบาดแผลไม่ไหว เสี่ยวฟงเกรงว่าจะเกิด เรื่องร้ายขึ้นกับอาซือ ดังนั้นจึงหยุดรถช่วยเหลือ เสี่ยวฟงบอกอาซือว่าจูเลียตสูญเสียอาซือซึ่งเป็นว่าที่สามีไปไม่ได้ อาซือ ตื้นตันใจมากที่เสี่ยวฟงเข้าใจถึงความรักของตนกับจูเลียต แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว จูเลียตขับรถแข่งของมาร์สทะยานสู่เส้นชัยเพื่อตัดสินแพ้ชนะยุติชะตาชีวิตที่ มีต่อเสี่ยวฟง
Trackback URL for this post:
http://www.kodhit.com/trackback/910- 1337 reads
- พิมพ์หน้านี้
- ส่งให้เพื่อน







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น