ชื่ออื่นๆ: 
Hyun Joong / 김현중
วันเกิด: 
6 มิ.ย. 2529

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

ชื่อ : คิม ฮยอน จุง / Kim Hyun Joong / 김현중

วันเกิด : 6 มิถุนายน 1986

ส่วนสูง : 180 cm.

น้ำหนัก : 68 kg.

กรุ๊ปเลือด : B

พี่น้อง : พี่ชาย 1 คน

การศึกษา : Hanyang Industrial High School

งานอดิเรก : ว่ายน้ำ, ยกน้ำหนัก, บาสเกตบอล, ฟุตบอล

ความสามารถพิเศษ : เล่นกีต้าร์และเปียโน, เต้น

คติประจำใจ : Life in one strike.

คิมฮยอนจุง (Kim Hyun Joong) เกิดวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2529 เขาได้รับการปลูกฝังให้รักการอ่านมาตั้งแต่ยังเล็ก เขาเป็นเด็กเรียนดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาเลขและวิทยาศาสตร์ ถึงขนาดเคยชนะการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อสมัยเรียนมัธยมต้นมาแล้ว แต่ทุกอย่างก็ต้องมาเปลี่ยนไป เมื่อเขาหมดความสนใจในการเรียนไปซะดื้อๆ แล้วหันไปทุ่มเทเวลาให้กับการเล่นกีตาร์ที่เจ้าตัวโปรดปราน ถึงขนาดพร่ำเพ้อจะเป็นร็อกเกอร์สตาร์ให้จงได้ จึงทำเรื่องดร็อปเรียนไว้กว่าปีครึ่งก่อนจะกลับมาเรียนใหม่เมื่อคิดได้ แต่ก็ยังไม่ละความฝันซะทีเดียว ต่อมาเขาเข้ารับออดิชั่น และได้รับเลือกในปี 2004 ด้วยใจหวังอย่างเต็มเปี่ยม ว่าจะได้เป็นสมาชิกวงร็อก หากแต่ทุกอย่างก็กลับตาลปัตรหมด เมื่อถูกจับให้มาเป็นหัวหน้าวง ไอดอลหนุ่มล้วนในนาม SS501 (ดับเบิลเอสไฟว์โอวัน) ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดฝัน คิมฮยอนจุง จึงคิดจะลาออกจากการเป็นนักร้องอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อพบว่า การที่เขาเข้ามาเป็นสมาชิกวง SS501 เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้แม่ของเขามีความสุขและภาคภูมิใจในตัวลูกชาย เขาจึงเปลี่ยนความคิดใหม่และทำให้มี “คิมฮยอนจุง” จนถึงทุกวันนี้

หลังเริ่มต้นด้วยอาชีพนักร้องในฐานะหัวหน้าวง SS501 ความนิยมของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ ไม่เฉพาะที่เกาหลี แต่ยังเผื่อแผ่ไปยังแดนปลาดิบ และประเทศในแถบเอเชียใกล้เคียงอีกด้วย ยิ่งมาได้รับบทสามีเด็กของดาราสาว ฮวางโบ ในเรียลิตี้โชว์เรตติ้งสูงอย่าง We”ve Got Married ด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของ คิมฮยอนจุง ดังเป็นพลุแตกเข้าไปใหญ่ ล่าสุดเขาก็ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 4 พระเอกละครซีรี่ส์เรื่อง Boys Over Flowers หรือ F4 เวอร์ชั่นเกาหลี เรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นขาขึ้นของ “คิมฮยอนจุง” โดยแท้

ระหว่างอายุ 1-4 ขวบ ฮยอนจุงชอบหายไปในสวนสาธารณะ เป็นเพราะว่าเขาวิ่งไปที่เวทีแสดงดนตรี

ตั้งแต่ฮยอนจุงเกิด เขาก็เป็นที่รักและมีชื่อเสียงในระแวกเพื่อนบ้าน เพราะเขามีดวงตาที่โต เป็นคนที่ฉลาดและคล่องแคล่ว วันหนึ่ง ในความฝันของฉัน ฉันฝันว่ามีรถบรรทุกหัวไชเวิ่งผ่านฉันไป มีหัวไชเท้าขนาดเท่ารถบรรทุก ฉันมีผ้ากันเปื้อน ฉันมวิ่งตามรถบรรทุกไปพยายามจะจับหัวไชเท้านั่น หัวไชเท้าก็ตกลงมาที่ผ้ากันเปื้อนของฉัน และฉันก็ล้มลงกับพื้น มันเป็นหัวไชเท้าที่ใหญ่ที่สุดที่ฉันเคยพบในชีวิตของฉัน ฉันแปลกใจมาก ฉันพยายามจะยกหัวไชเท้าเพื่อดูมันแล้วฉันก็ตื่นจากความฝัน ฉันแปลกใจมากว่านี่เป็นลางว่าฉันจะท้องหรือเปล่า? ดังนั้น ฉันจึงไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ และหมอก็บอกกับฉันว่า “ ขอแสดงความยินดีด้วย” ฉันตั้งท้อง ฮยอนจุงเริ่มเดินเมื่อเขาอายุได้ 9 เดือน ก่อนหน้านี้ ถึงแม้ว่าเขาสามารถนั่งคนเดียวได้ แต่เขายังปีนไม่ได้ ทุกคนในครอบครัวเป็นห่วงว่าเขาอาจเริ่มเรียนรู้การเดินช้า แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ข้ามขั้นการปีนเป็นการเดิน ทุกๆคนในครอบครัวต่างก็ตกใจ

ระหว่างวันเกิดครบรอบ 1 ขวบ เขาก็เอาเค็กข้าวให้กับแขกที่มาร่วมงานกิน ระหว่างพิธี Toljabee จะต้องให้เขาเลือกดินสอและหนังสือ สมาชิกในครอบครัวก็เอาของทั้งสองอย่างวางหน้าเขา แต่แล้วเขาเลือกแปรงที่อยู่ข้างๆ แทน ฮยอนจุงเริ่มพูดและนับสิ่งต่างๆได้เร็วมาก แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุดคือ การร้องเพลง เต้น และเล่นเกมส์ (หมายเหตุ Tolijabee คืองพิธีที่ใช้เพื่อทำนายอนาคตของเด็ก ในกรณีนี้ ฮยอนจุงเลือกแปรงซึ่งหมายความว่าเขาจะเป็นนักวิชาการ) คิม ฮยอน จุง เรียนหนังสือเก่งมากตอนที่เป็นเด็ก ไม่เคยคิดว่าเขาจะกลายเป็นดารา

ช่วง 5-9 ขวบ ชีวิตในวัยเด็กของ คิม ฮยอน จุง

เริ่มจากอนุบาล ฮยอนจุง ได้แสดงความสามารถของเขาในหลายๆด้าน แก้โจทย์คณิตศาสตร์ได้เร็วและวาดภาพเก่ง เรียนรู้การพูดและจำคำศัพท์ต่างๆได้เร็วมาก พี่ชายของเขาที่อายุแก่กว่าเขา 1 ปี มักจะนั่งเรียนอย่างเดียว แต่ว่าฮยอนจุงเป็นเด็กที่เล่นตลอดเวลา แต่ยก็สามารถเรียนรู้ได้ดีในเวลาเดียวกัน พวกเราเป็นกังวลว่าเด็กทั้งสองคนจะรู้สึกกดดันจากการเรียน ดังนั้นพวกเราจะให้พวกเขาสัมผัสกับธรรมชาติบ่อยๆ ช่วงการฉลองเริ่มต้นชีวิตในการเรียนในชั้นประถม ครอบครัวของพวกเราได้ไปเที่ยวที เกาะเชจู ระหว่างนั้น ฮยอนจุงได้ขี่ม้าซึ่งตัวสูงกว่าเขาหลายเท่าและไม่ยอมลงมา คนแถวๆนั้นต่างชมเชยเขา ที่เขาทำอย่างนั้นได้ ระหว่างวันหยุด พวกเรามักจะพาเด็กๆ ไปตกปลา นี่คิอเหตุผลว่าทำไม จนถึงเวลานี้ ถ้าเขารู้สึกเครียดจากงานเพลงของเขา ฮยอนจุงก็จะไปตกปลาอยู่คนเดียว เริ่มจากชั้น ป 2 ฮยอนจุงก็เป็นตัวแทนของห้อง เขามักจะทำอะไรๆ ด้วยตัวเองเสมอ ตื่นนอนหลังจากที่นาฬิกาอันเล็กของเขาปลุก เวลา 6 โมงในตอนเช้า ทำการบ้านด้วยตัวเองคนเดียวจนเสร็จ เมื่อพวกเราไปเยี่ยมที่โรงเรียน คุณครูประจำชั้นมักชมเขาบ่อยๆ ฮยอนจุงเรียนรู้ได้เร็วมาก เขาไม่มีปัญหาแน่ถ้าจะเข้าเรียนที่ Seoul University ในเวลานั้น พวกเราคิดว่า ฮยอนจุงควรจะใช้ความสามารถในการเรียนของเขาเพื่อประสบความสำเร็จในอาชีพของเขา พวกเราไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะกลายมาเป็นศิลปิน ที่จริงแล้ว ตอนที่อยู่ ประถมปีที่ 2 ถึง ชั้นประถมปีที่ 4 ฮยอนจุงได้เข้าร่วมในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิคโลก และเขาก็ชนะได้เหรียญทอง เขาก็ชนะในการแข่งขันประกวดศิลปะด้วย เหรียญรางวัลของเขามีมากจนเต็มกล่อง ผลงานของเขามักจะเป็นอันดับ 1 ในชั้นเรียนและมักจะติดอันดับ 1 หรือ 2 ของโรงเรียน เพื่อเป็นการป้องกันการที่จะต้องดูแตกต่างไปจากเพื่อน พวกเราจึงส่งเขาไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อเรียนการเขียนตัวอักษร Hanja แม้แต่ในที่เรียนพิเศษ เขาก็มักจะได้อันดับสูงสุดของห้อง เมื่อตอนเรียนชั้นประถมตอนต้น ฮยอนจุงก็ได้ประกาศนียบัตรระดับ 3 ในการสอบการเขียนตัวอักษร HANJA คุณครูที่โรงเรียนสอนพิเศษได้ชมเขาว่า ฮยอนจุงผ่านการทดสอบที่ยากที่เด็กเรียนชั้นต่ำกว่าชั้นมัธยมต้นจะผ่าน ทุกคนครอบครัวของเราต่างตกใจ ในการทดสอบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เขาก็ได้เป็นอันดับที่ 4 ที่มีคะแนนสูงสุดในการสอบเข้าของโรงเรียน มันเป็นตอนที่เขาอยู่ชั้นปีที่ 3 ที่เขาบอกว่าเขาต้องการจะเป็นศิลปิน เพราะว่าพ่อของเขาเป็นห่วงว่าเขาหมกมุ่นในการเรียนเกินไป พ่อของเขาจึงซื้อกีตาร์ให้เขา เพื่อพักผ่อนสมอง และนี่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเขาของการเป็นศิลปิน ฮยอนจุงเริ่มหมกมุ่นกับการเล่นกีตาร์ คุณครูที่สอนกีตาร์พูดว่า เขามีพรสวรรค์ บางอย่างต้องใช้เวลาเรียนถึง 3 ปี แต่เขาสามารถเรียนรู้ได้ภายใน 3 เดือน คุณครูยังได้แนะนำพ่อของเขาว่า น่าจะปล่อยให้ฮยอนจุงได้แสดงความสามารถของเขาในเรื่องดนตรี แต่พ่อของเขาไม่เห็นด้วยอย่างมาก

หลังจากนั้น ฮยอนจุงก็ตั้งวงขึ้นมา ทำงานนอกเวลา และแสดงดนตรี มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนบ้านพูดว่า เมื่อวันก่อน มีเด็กที่ในบ้านได้ไปส่งไก่ทอด ทำให้ทางครอบครัวรู้ว่าเขาทำงานพาสทามในร้านขายไก่ทอด พวกเรารู้สึกว่า ในฐานะที่เป็นเด็กผู้ชายจะต้องเป็นตัวของตัวเอง มันถูกแล้วที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรค ดังนั้นพวกเราจึงไม่ห้ามเขาให้ทำงาน ฮยอนจุงพูดว่า ผมตามใจพ่อแม่ที่หวังจะให้เรียนศิลปะในโรงเรียนมัธยมปลาย แต่ผมจะขอตัดสินใจในอนาคตของผมเอง หลังจากที่เรียนไปได้ 1 ปี เขาก็สมัครใจที่จะหยุดเรียนออกจากโรงเรียน พ่อของเขาและฉันพูดว่า การหยุดเรียนมันเป็นทางเลือกของเธอ เธอจะต้องรับผิดชอบตัวเองในการตัดสินใจของเธอเอง ดังนั้นเขาจึงได้เงินแค่ 10,000 วอน (ประมาณ 7.90 ดอลลาร์) ทุกเดือนเป็นค่าขนม เนื่องจากวิกฤตเศรษกิจทางด้านการเงิน กิจการของเราก็โดนผลกระทบ พวกเราเริ่มขายเสื้อผ้าในดองเดนัม พวกเราต้องทำงานจนถึง 11.00 น. ทุกวัน หลังจากทำงานเสร็จ ฉันมักจะไปที่ร้านอาหาร TGI ที่ลูกชายทำงานอยู่ ไปแอบดูอย่างเงียบๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนกลับบ้าน ในช่วงฤดูหนาว ระหว่างที่รอลูกกลับบ้าน ฉันจ้องมองดูเขาที่ข้างนอกจากหน้าต่าง ประมาณ ตี 1 กำลังมองลูกชายพยายามกำลังเดินท่ามกลางหิมะที่สูงเกือบเข่า ฉันรู้สึกเจ็บปวดมาก ฉันไม่อยากจะให้เขาเห็นว่าฉันเสียใจ ฉันมักจะปิดไฟทำเป็นเหมือนว่าทุกคนนอนหลับแล้ว หลังจากที่ผ่านการสัมภาษณ์เป็นนักร้องฝึกหัด ลูกของฉันจะกลับมาบ้านตอนที่หยุดพักเท่านั้น ตอนที่เป็นนักร้องฝึกหัด เงินในกระเป๋าของเขามักจะไม่พอ บ่อยครั้งที่เขากลับบ้านด้วยความหิวด้วยรถบัสสาธารณะ มีหลายๆครั้งที่เขาไม่มีแม้กระทั่งค่ารถกลับบ้านและต้องเดินกลับบ้าน แต่กระนั้น ฮยอนจุงไม่เคยที่จะขอเงินจากพวกเราเลย

ความรักของเขาที่มีต่อสมาชิกของครอบครัวมันช่างลึกซึ้งมาก เมื่อพี่ชายของเขาเรียนที่อเมริกาตัดสินใจที่จะหยุดเรียนจากมหาวิทยาลัยเนื่องจากไม่ มีค่าเทอม ฮยอนจุงก็บอกพี่ว่า “พี่ อ่านหนังสือนี่ซิ “และมอบหนังสือเป็นของขวัญ เมื่อพี่ชายของเขาเปิดหนังสือออกเพื่อจะอ่าน เขาก็เห็นเงินเช็คเงิน 300 ล้านวอนซ่อนอยู่ในหนังสือ พี่ของเขาโทรหาพ่อของเขาและพูดว่าไม่น่าเชิ่อว่าจะเป็นเงินจำนวนนั้น มันเกินเหนือความคาดหมาย ในช่วงระหว่างที่เป็นนักร้องฝึกหัด ที่เขาสามารถเก็บเงินได้มากขนาดนั้น เขาได้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย (Kyonggi University Digital Music faculty) พวกเราไม่เคยต้องเป็นห่วงเขาเลย พวกเราทั้งสองคนมักจะบอกกับเขาว่า ให้สวดมนต์ก่อนที่จะทำอะไร ฮยอนจุงพูดว่า ตอนนี้พี่ชายกำลังรับใช้กองทัพอยู่ พ่อกับแม่ต้องอยู่กับเขา ดังนั้น ในอนาคตห้ามทำงานที่ดองเดนัมอีกเด็ดขาด พวกเราหวังว่าไม่ใช่เฉพาะเขาจะสามารถเป็นได้แค่นักร้อง แต่เขาต้องสามารถสร้างครอบครัวของเขา และมีรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงไม่ความหวังอะไรอีกแล้ว

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

Kim Hyun Joong  คิม ฮยอน จุง

ขอบคุณสำหรับทุก Like และ Comment จ้า ^0^

คุยกันๆ ตอนไหนวีดีโอโดนลบ หรือลงผิดตอนเม้นบอกด้วยนะจ๊ะ