Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

ชื่อหนัง  : Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า /Starlit/ 心星的淚光 / Xin Xing De Lei Guang
                  환상의 커플 / Fantasy Couple 

ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ : 24 มค. 2009

ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ : Ch9  ทุกวันจัน - ศุกร์ เวลา 15.30น. - 16.30 น. เริ่มตอนแรกวันพุธที่ 30 กันยา2009

Link : StardustGallery

นักแสดง Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

Jerry Yan   เจอร์รี่ เหยียน รับบทเป็น   Cheng Yue เฉิงเย่ว

 

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

Terri Kwan เทอร์รี่ กวาน รับบทเป็น  Tong Xiao Lu ตงเสี่ยวลู่ 

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

Alice Ceng รับบทเป็น Yan Lu Shan ลุ่ยซาน

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

Chen Zhi Kai  รับบทเป็น  Li Shi Chuan

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

เรื่องย่อ Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

เฉิงเย่วหนุ่มนักเปียโนผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ ดั้งนั้น เฉิงมาผู้เป็นแม่จึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อสนับสนุน เฉิงเย่วเพื่อให้เขาไปยังจุดสูงสุด และประคับประคองมือของเฉิงเย่วไม่ให้ทำอะไรเลยนอกจากเล่นเปียโน เพราะกลัวว่ามือของเขาจะได้รับบาดเจ็บและจำเล่นเปียโนไม่ได้อีก ลุ่ยซาน หญิงสาวซึ่งเป็นเพื่อนเฉิงเย่วมาตั้งแต่เด็ก และเรียนที่โรงเรียนดนตรีกับเขาด้วย ทั้งสองจึงสนิทสมกันมาก ลุ่ยซานซึ่งแอบหลงรักเฉิงเย่ว เธอขอจี้หินสีดำของเฉิงเย่ว แต่เฉิงเย่วไม่ให้ วันนึงเฉิงเย่วหยิบจี้หินขึ้นมาและนึกถึงลุ่ยซานที่อยากได้จี้หิน อันนี้และคิดถึงเขากับลุ่ยซานตลอดระยะเวลาที่เข้าเป็นเพื่อนกันมา ว่าลุ่ยซานอาจจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเขา เฉิงเย่วจึงนัดลุ่ยซานให้ออกมาพบเขา แล้วบอกกับเธอว่าเขามีของจะมอบให้ เมื่อเฉิงเย่วตัดสินใจจะให้จี้กับลุ่ยซานเขาจึงไปหาซื้อสร้อยเพื่อให้เข้ากับจี้หิน เพื่อมอบให้ลุ่ยซาน

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

เสี่ยวลู่ หญิงสาวปักกิ่งซึ่งเธอมาทำธุจกิจที่ไต้หวัน ระหว่างที่เธอกำลังหลงใหลวิวของเมืองจิ่วเฟิน ทั้งที่เธอต้องกลับปักกิ่งตอนบ่ายของวันนั้น เธอถ่ายรูปวิวอย่างเพลิดเพลินจนมีรถบรรทุกคันใหญ่บีบแตรลั่นเพื่อให้เธอหลีก ทาง แต่ขณะนั้นเธอก้าวขาไม่ออกขยับตัวไม่ได้ ยืนแข็งอยู่อย่างนั้น เฉิงเยวผ่านมาเห็นเข้าจึงตะโกนบอกเธอพร้อมทั้งผลักให้เธอพ้นทางรถ แต่ปรากฏว่าตัวเองกลับถูกชนล้มลง และมือขวาของเขาก็ถูกรถทับบาดเจ็บ แล้วจุดพลิกผันของชีวิตก็เริ่มจากตรงนี้ ระหว่างที่เสี่ยวลู่นำเฉิงส่งโรงพยาบาล เสี่ยวลู่พูดกับอาเยว่ว่า “ไม่ต้องห่วงนะฉันจะอยู่รอจนคุณปลอดภัยออกมา”เฉิงเย่วก็ได้ถามหาแต่สร้อย เสี่ยวลู่คืนให้เขา แล้วโทรศัพท์ในตัวของเฉิงเย่วก็ดังขึ้น นางพยาบาลบอกว่าที่นี่ไม่อนุญาตให้เอาโทรศัพท์ติดตัวเข้าไป เสี่ยวลู่รับสายแทน เฉิงเย่วกำชับเสี่ยวลู่ว่า “อย่าบอกให้แม่ผมรู้นะเดี๋ยวแม่จะตกใจกลัวแม่เป็นห่วง” ที่แท้ลุ่ยซานโทรมาตามเฉิงเย่วเสี่ยวลู่บอกให้ลุ่ยซานรับรู้ว่าเฉิงเกิดอุบัติเหตุตอนนี้อยู่โรงพยาบาล แต่เขาขอร้องอย่าบอกให้แม่รู้เด็ดขาด หลังจากที่เสี่ยวลู่บอกให้ลุ่ย ซานรู้แล้ว เธอจึงตัดสินใจบินกลับปักกิ่งตามกำหนด แต่เธอก็รู้สึกผิดที่ไม่รักษาสัญญาตามที่ให้ไว้กับอาเยว่ แต่ให้ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองไว้ให้

พอเสี่ยวลู่กลับไปถึงบ้านเห็นพ่อนั่งหน้าเศร้า บนโต๊ะมีซองผลตรวจวางอยู่ เธอหยิบมาดูถึงได้รู้ว่าเธอได้เป็นโรค เอแอลเอส (Amyotrophic lateral sclerosis) อาการของโรคเกิดจากการเสื่อมสลาย ของเซลล์ประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อร่างกายที่อยู่ภายใต้ บังคับของจิตใจ เช่น กล้ามเนื้อ แขนขา ลำตัว การกลืน การหายใจ เซลล์ประสาทที่เกิดการเสื่อมสลายดังกล่าวอยู่ที่ส่วนหน้าของไขสันหลัง และเส้นประสาทสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมสั่งการส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะ เสียชีวิตราว 3-4 ปี หลังการวินิจฉัยโรค แต่ร้อยละ 20 ของผู้ป่วยสามารถอยู่ได้นานถึง 5 ปี อีกร้อยละ 10 อยู่ได้ประมาณ 8 ปี แต่ก็มีรายงานว่า มีผู้ป่วยบางรายหายได้เองแต่น้อยมาก ซึ่งปัจจุบันได้มีความพยายามรักษาด้วยการแพทย์ทางเลือก การใช้สเตมเซลล์ แต่ยังไม่มีผลการวิจัยที่ชัดเจนว่าสามารถรักษาให้หายได้ และที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ กลุ่มผู้ป่วยโรคนี้ที่พบปัจจัยทางพันธุกรรมเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค จะมีพยากรณ์โรคที่ดีกว่าอย่างชัดเจน หลังจากที่รู้ว่าตัวเองเป็นเอแอลเอสเหมือนแม่ เธอตัดสินใจนัดแฟนออกมาทานข้าวแล้วถือโอกาสบอกเลิก โดยให้เหตุผลว่าเป็นแฟนกันนานเกินไปแล้วไม่รู้สึกตื่นเต้นแล้ว จริงๆแล้วเพราะไม่อยากให้คนที่รักตนต้องมาทุกข์ใจด้วย เธอหลบหน้าย้ายบ้านจากปักกิ่งไปอยู่เซี่ยงไฮ้ และเปลี่ยนเบอร์มือถือใหม่

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

ลุ่ยซานกับเฉิงมามาเยี่ยมเฉิงเย่วที่รพ. เฉิงมาป้อนซุปปลาให้เฉิงเย่ว เฉิงเย่วงอแงไม่อยากกิน บ่นว่า “โธ่ แม่อ่ะ ซุปปลาอีกแล้วอ่ะ เบื่อจะแย่แล้ว…แม่ไม่ได้ตุ๋นให้แกกินอร่อยนะ ต้องการให้สมานแผลเร็วๆ...นี่ไงผมหายแล้ว พรุ่งนี้จะตัดไหมแล้ว” ลุ่ยซานถือจดหมายและโทรศัพท์เข้ามา เฉิงเย่วรีบฟ้องลุ่ยซาน “ลุ่ยซานมาก็ดีแล้ว แม่ผมกำลังบ่นน่าเบื่อมากเลย..นี่คือจม.และเบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงที่พาคุณ มารพ. ฝากไว้ให้คุณ แต่ฉันลองโทรแล้วปรากฏว่าหมายเลขนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว” เฉิงมาจึงคิดว่าเสี่ยวลู่เป็นนักต้มตุ๋นจึงให้เบอร์เก๊มา

เฉิงเย่วได้รับการผ่าตัด และทำกายภาพบำบัด แต่ปรากฏว่าเรี่ยวแรงและความว่องไวของมือไม่เหมือนเดิม เขาไม่สามารถเล่นเปียโนได้อีกต่อไป เขาเสียใจมาก เท่ากับความหวังของแม่และอนาคตของตัวเองดับวูบ แม่เริ่มบ่นระบายใส่เขา... และทะเลาะกัน เฉิงเย่วจึงตัดสินใจไปจากบ้านเกิด เฉิงมาจึงรีบโทรไปบอก ลุ่ยซาน ลุ่ยซาน ขับรถตามไปทัน ยื่นกล่องของขวัญให้เฉิงเย่ว บอกว่าในนั้นเป็นนาฬิกาคู่ เรือนหนึ่งให้เขาอีกเรือนใส่อยู่ที่มือตัวเอง บอกว่าซื้อตั้งแต่วันที่เขานัดพบที่ชายทะเล เฉิงเย่วบอกลาก่อน

Stardust สัญญารัก ณ ปลายฟ้า

สองปีผ่านไป

เฉิงเย่วไปเป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ และเนื่องจากมีเด็กคนหนึ่งชื่ออู๋เจี้ยนเหวินไม่ชอบเรียนดนตรี เปลี่ยนตัวเพื่อนไปเรียนแทน เฉิงเย่วเห็นแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ หลังจากนั้นทางโรงเรียนจัดกิจกรรมประจำปีให้นักเรียนขึ้นโชว์บนเวที พอถึงคิวอู๋เจี้ยนเหวิน แต่ไม่เห็นตัว เฉิงเย่วเลยดันเด็กที่เรียนแทนคนนั้นไปเล่นแทน

เสี่ยวลู่มางานนี้ ด้วยเพราะรับปากพ่อว่าเสร็จงานแล้วจะมาช่วยถ่ายรูปให้ ระหว่างที่เสี่ยวลู่ถ่ายรูปอยู่นั้นในเลนส์กล้องปรากฏหน้าของเฉิงเย่ว เสี่ยวลู่จำได้ทันที เธอถ่ายรูปเฉิงเย่วไว้หลายใบแล้วรีบเข้าไปทักเฉิงเย่ว ว่าสองปีผ่านไปเขาดูไม่เปลี่ยนไปเลย ทางด้านเฉิงเย่ว หวลคิดภาพเก่าๆ รวมทั้งคำพูดของแม่ที่ว่า “มือนักเปียโนของตัวเองไปแลกกับชีวิตของนักต้มตุ๋น แกว่าคุ้มมั้ย” ทำให้เขา โมโห แล้วบอกให้เธอลบภาพของเขาออกให้หมด เฉิงเย่วแย่งกล้องมาลบภาพถ่ายจนเกลี้ยง รูปงานโฆษนาที่เสี่ยวลู่ถ่ายไว้ก็ถูกลบไปด้วย ทำให้งานโกลาหลไปหมด

*แม่ของอู๋เจี้ยนเหวินมาต่อว่าอาเยว่ ที่เสียเงินให้ลูกชายมาเรียนเปียโน แต่ลูกชายไม่เคยซ้อมเลย ให้อาเยว่อธิบายมา อาเยว่บอกว่าถ้าอยากฟังคำอธิบายให้ไปถามลูกชายตัวเอง เขาน่าจะตอบได้กระจ่างกว่า “อู๋เจี้ยนเหวิน ถ้าเราไม่อยากเรียนเปียโน เราน่าจะบอกให้แม่เรารู้เสียตั้งแต่ตอนนี้พูดกับแม่เราให้กระจ่างไปเลย ตอนี้แม่เรามีความหวังในตัวเรามากแค่ไหนต่อไปก็จะผิดหวังมากยิ่งขึ้นเรารู้ มั้ย...บอกตามตรงนะมือของลูกชายคุณเล่นเกมส์คล่องกว่าเวลาเล่นเปียโนด้วย ซ้ำ” (พูดแล้วเดินหนีเลย แล้วก็โดนไล่ออกเลย)

**ลุงต่งพ่อของเสี่ยวลู่มาดักรอเฉิงเยว่ที่โรงเรียน เพื่อตอบแทนที่เคยช่วยชีวิตเสี่ยวลู่ แต่เป็นจังหวะที่เฉิงเย่วโดนไล่ออกพอดี ลุงต่งโค้งคำนับขอบคุณที่สองปีก่อนอาเยว่ช่วยชีวิตลูกสาวตนไว้ แล้ววางซองเงินให้ เฉิงเย่วโกรธ แต่พ่อของเสี่ยวลู่เข้าใจพูดว่า .. ผมไม่ทราบว่าเงินแค่นี้จะพอจ่ายค่ายารักษาหรือไม่ ที่ผมมาหาคุณครั้งนี้เพื่อต้องการนำเงินค่ารักษาที่พวกเราสมควรต้องรับผิด ชอบมาคืนให้คุณกับมือเลย ขอบคุณที่อยู่ไต้หวันคุณได้ช่วยชีวิตลูสาวผมไว้ แต่ตัวคุณกลับได้รับอุบัติเหตุแทน ทำให้ผมกับเสี่ยวลู่รู้สึกไม่สบายใจมาตลอด ทางด้านเฉิงเย่ว ซึ่งเข้าใจผิดมาตลอดว่าเสี่ยวลู่ให้เบอร์เก๊มาตลอดจึง ต่อว่าเขาไป ลุงต่งจึงอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เฉิงเย่วฟัง จนเฉิงรู้ว่ารูปที่ตัวเองลบทิ้งไปมีรูปงานโฆษณารวมอยู่ด้วย เสี่ยวลู่คงลำบาก เพราะมีผลกระทบถึงงาน เฉิงจึงรู้สึกใจเสีย)

เสี่ยวลู่ซึ่งกำลังขอร้องผจก.ส่วนตัวขอโอกาสถ่ายแก้ตัวอีกครั้ง แต่ผจก ปฏิเสธและไล่อย่างไม่ปราณี เฉิงเย่วซึ่งจะไปขอร้องดาราโฆษณาคนนั้น ไปเจอพอดีเช่นกัน ทั้งคู่โดนไล่ออกมา ทำให้มีปากเสียงกับผจก.ส่วนตัว ทั้งคู่จึงทะเลาะกัน ระหว่างนั้นเสี่ยวลู่คิดออกว่า เฉิงเย่วน่าจะทำของตก ซึ่งเป็น สร้อยของเขา เสี่ยวลู่ พูดว่าสร้อยเส้นนี้คงมีความสำคัญมากสำหรับคุณสินะ สองปีที่แล้วที่ไต้หวันฉันก็เห็นคุณใส่แล้ว คงมีค่าสูงมากแน่ๆ เป็นหินวิเศษจากไหนเหรอ ดำปิ๊ดปี๊ดเชียว

**เพราะได้ไอเดียร์จากหินลี้ลับแห่งความเสียใจของอา เยว่ เสี่ยวลู่เอาต๊ะหงเป็นแบบแทนคุณเฉินดาราชื่อดัง แต่ถ่ายบริเวณแค่คางและปาก เน้นที่เครื่องประดับให้เด่น แต่ลูกค้าก็มีคำถามว่าเราจ้างคุณเฉินด้วยราคาที่แพงมาก ถ่ายออกมาแบบนี้ใครจะรู้ได้ว่าเป็นคุณเฉิน ผจก.หลิว ก็ให้เหตุผลว่า นี่คือโฆษนาภาพนิ่ง เราทำให้ดูลี้ลับ ซึ่งจะทำให้ผู้คนยิ่งสนใจอยากจะรู้ เราเน้นที่ผลิตภัณฑ์ให้เด่น พอภาพเคลื่อนไหวออกมา เรา ค่อยมาเฉลยว่าเป็นคุณเฉิน.... ผลสุดท้ายลูกค้าพอใจ **เสี่ยวลู่ขอบคุณผจก.หลิวที่ช่วยทำให้งานผ่าน แต่ผจก.หลิวบอกว่าไม่ได้ช่วยใคร แค่ทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อเรื่องเคลียร์ไปได้ด้วยดี เฉิงเย่ว จึงบอกกับเสี่ยวลู่ว่า ในเมื่อทุกครั้งที่เห็นคุณก็มีแต่เรื่องไม่ดีเกิด ขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้วันหลังก็ขอให้อยู่ห่างๆผมหน่อย อย่ามาปรากฏตัวต่อหน้าผม รักษาระยะห่างไว้ เพื่อความปลอดภัย ทำให้เสี่ยวลู่โมโห

หลังจากนั้นตงหงพยายามจะหางานให้เฉิงเย่วทำ จนเขาได้ไปทำงานที่เดียวกับเสี่ยวลู่ ทั้งคู่จึงกลายมาเป็นผู้ร่วมงาน กันและเริ่มสนิทสนมกัน และระหว่างนี้เองที่ลุ่ยซานที่รักเฉิงเย่วอยู่ได้ตัดสินใจ ออกตามหาเฉิงเย่ว และ พยายามชักชวนเฉิงเย่วกลับเข้ามาเล่นดนตรีอีกครั้ง

เสี่ยวลู่พอทราบเรื่องก็อยากให้เฉิงเย่วกับมาเล่นดนตรีเช่นเดิม และกล้าเผชิญกับความจริงและมองโลกในแง่ ดีมากขึ้น แต่ภายในจิตใจของเฉิงเย่วแล้ว กลับรู้สึกว่าตัวเองได้รู้สึกถึงชีวิตตัวเองที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อ มาเจอเสี่ยวลู่ จากคนที่เย็นชา จมอยู่แต่กับความเศร้า กลับมารู้สึกมีพลังใจที่จะต่อสู้กับชีวิตต่อบนโลกใบนี้ เฉิงเย่วรู้สึกว่าตนได้ตกหลุมรักเสี่ยวลู่เข้าแล้ว แต่อย่างไรเสียเค้ากลับถูกเสี่ยวลู่ปฏิเสธ ทำไม ? ชีวิตรัก ของ 2 คนจะลงเอยด้วยความเศร้ารึไม่ ? ถึงแม้ว่าโชคชะตาจะเลวร้ายเพียงใด ถึงแม้จะไม่เห็นหนทางใน อนาคตข้างหน้าของพวกเขา แต่เฉิงเย่วก็ยังคงมั่นคงและกล้าหาญในการที่รักเสี่ยวลู่คนที่เค้ารักตลอดไป..

ข้อมูล http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2009/02/C7529448/C7529448.html , http://forums2.popcornfor2.com/index.php?showtopic=1749

 

Your rating: None Average: 4 (3 votes)
ขอบคุณสำหรับทุก Like และ Comment จ้า ^0^

คุยกันๆ ตอนไหนวีดีโอโดนลบ หรือลงผิดตอนเม้นบอกด้วยนะจ๊ะ